ผลไม้ลดความอ้วน

ผลไม้ลดความอ้วน แคลฯ น้อย กินได้เพลินๆ พุงไม่มาเยือนแน่นอน

ผลไม้ลดความอ้วน ในข้อปฏิบัติของการลดน้ำหนักก็คือ ต้องลดการทานหวานๆ ลง หากใครติดการทานของจุ๊กจิ๊กให้เปลี่ยนเป็นทานผลไม้ที่ให้ความหวานน้อยแทน

ผลไม้ลดความอ้วน ที่คุณสาวๆ สามารถทานได้เพลินๆ ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องแคลอรี่เลย

ผลไม้ลดความอ้วน

1. แอปเปิ้ล
พูดได้เลยว่าเป็นผลไม้ที่โด่งดังในวงการลดความอ้วนมาก โดยแอปเปิ้ล 100 กรัม ให้พลังงาน 52 แคลอรี่ ด้วยความที่แอปเปิ้ลมีความหวานที่ได้จากธรรมชาติ แถมยังเต็มไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ กินแล้วทำให้ไม่รู้สึกหิวบ่อย เหมาะมากๆ สำหรับสาวๆ ที่ติดทานของจุกจิก

 

2. แตงโม

ผลไม้ฉ่ำน้ำ ต้องยกให้แตงโมไปเลยค่ะ เหมาะมากที่จะทานในหน้าร้อน ทั้งนี้ยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ทานแล้วผิวพรรณก็ยังดูชุ่มชื่นอีกด้วย แตงโม 100 กรัม ให้พลังงาน 25 แคลอรี่เท่านั้นเอง

 

3. แก้วมังกร
แก้วมังกรเพียง 100 กรัม ให้พลังงาน 60 แคลอรี่ ถือว่าไม่เยอะเลย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่กำลังอยากจะลดหุ่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้แก้วมังกรยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้ผิวพรรณดูชุ่มชื่น คืนความอ่อนวัยแบบที่ไม่ต้องพึ่งครีมบำรุงเยอะเลยล่ะ

4. มะละกอ
ถ้าพูดถึงผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี คงไม่มีใครไม่คิดถึงมะละกอ แต่นั่นไม่ใช่ประโยชน์เดียวที่มะละกอมี ในมะละกอมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร และสารสารฟลาโวนอยด์

แคโรทีน วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยบำรุงไม่ให้ผิวเสื่อมก่อนวัย แถมยังสามารถสู้กับไขมันส่วนเกินในร่างกายได้อีกด้วย มะละกอ 100 กรัม ให้พลังงาน 13 แคลอรี่เท่านั้นเอง

 

5. ฝรั่ง
ฝรั่งเพียง 100 กรัม ให้พลังงาน 60 แคลอรี่ และอย่างที่เราทราบดีว่า ในฝรั่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นระโยชน์เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ ที่ทำให้เราอิ่มท้องได้นาน

นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ โพแทสเซียม ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน รับรองว่าว่าทานเจ้าฝรั่งเข้าไป ไม่มีผิวหวัง แถมผิวสดใสขึ้นด้วยนะเธอ

 

6. สตอเบอร์รี่
สตอเบอร์รี่ 100 กรัม ให้พลังงาน 33 แคลอรี่ นอกจากแคลจะน้อย สาวๆ สามารถทานได้แบบหายห่วงแล้ว รสชาติยังอร่อย ถูกปาก ขึ้นเป็นผลไม้โปรดในใจของใครหลายๆ คน

ทั้งนี้สตอเบอร์รี่ยังมีฮอร์โมนอะดิโปเนกติน (Adiponectin) และฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จัดการไขมันสะสมในร่างกาย เริ่ดเวอร์!

7. ส้ม
เมื่อพูดถึงส้ม สาวๆ จะขึ้นถึงวิตามินซี ความฉ่ำน้ำที่กินเข้าไปแล้วยังไงผิวก็สวย อิ่มน้ำแบบธรรมชาติแน่ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือ ส้มเป็นผลไม้ที่แคลฯ น้อยมาก 100 กรัม ให้พลังงาน 42 แคลอรี่เอง เพราะฉะนั้นห้ามพลาดนะจ๊ะ

 

8. อะโวคาโด
เรามักจะเห็นอะโวคาโดเป็น 1 ในส่วนประกอบของอาหารคลีน หรืออาหารลดน้ำหนักต่างๆ นั่นก็เพราะว่าอะโวคาโดเป็ดกรดไขมันที่ดี ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในอะโวคาโด จะช่วยเพื่อเผาผลาญไขมันอิ่มตัวในร่างกาย มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันร้ายในหลอดเลือด เรียกได้ว่าประโยชน์เพียบ อะโวคาโด 100 กรัม ให้พลังงาน 160 แคลอรี่

 

9. บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่เต็มไปด้วยสารอาหารและมีน้ำตาลน้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ มันถูกยกย่องให้เป็นผลไม้เผาผลาญไขมันที่ดี นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงและมีแคลอรีต่ำแถมยังหวานแบบมีประโยชน์ เส้นใยในผลเบอร์รี่ช่วยให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน และยังมีวิตามินแร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ บลูเบอร์รี่เพียง 100 กรัม ให้พลังงาน 57 แคลอรี่

10. กล้วยหอม
เคยได้ยินที่เขาว่ากันว่ากินกล้วยแล้วจะอิ่มไปอีกนานมั้ย นั่นก็เพราะว่ามันอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย แก้อาการท้องผูก มีฟรุกโตสกับกลูโคส ซึ่งเป็นสารแทนความหวานจากธรรมชาติ ส่วนสาวๆ ที่ออกกำลังกาย การกินกล้วยหอม สามารถช่วยบำรุงกล้ามเนื้อไม่ให้อ่อนล้าได้อีกด้วย โดยกล้วยหอม 100 กรัม ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่

 

ทั้งนี้สาวๆ จะต้องรู้จักออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยนะ และต่อให้กินผลไม้ลดความอ้วนเหล่านี้เยอะแค่ไหน แต่ยังไม่ปรับพฤติกรรมการกินส่วนอื่นๆ ยังคงชอบทานของทอด ของหวาน พุงก็ไม่มีวันหายไปหรอก จะบอกให้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://women.mthai.com

Read more
คีย์ลุค

คีย์ลุค เทรนด์แต่งหน้า รับออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ผ่านความงามสวยร้าย

คีย์ลุค เทรนด์แต่งหน้า  สำหรับ เทรนด์แต่งหน้า แห่งสีสันฤดูใบไม้ร่วง/หนาว 2018 แบ่งเป็น 3 คีย์ลุคสวยแซ่บ เมื่อลมหนาวพัดพาสีสันแห่งเมกอัพมาให้สาวๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกครั้ง

คีย์ลุค เทรนด์แต่งหน้า เริ่มจาก เทรนด์ Sassy (แซสซี่) สะท้อนลุคสาวซนปนซ่า ด้วยเฉดสีที่ไม่ธรรมดา อย่างสีน้ำเงิน Soda Blue ให้ความรู้สึกสนุกสนาน พร้อมลงรองพื้นเนื้อบางเบาเพื่อขับผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ แต้มสีแดงม่วงผลเบอร์รี่บนโหนกแก้ม แล้วใช้นิ้วเกลี่ยเพื่อให้สีดูไม่เรียบสนิท

คีย์ลุค

 

เสมือนสีแก้มแดงระเรื่อหลังออกกำลังกาย ปิดท้ายเพื่อให้สวยสมบูรณ์แบบ ด้วยการเติมปากเฉด Retro Apricot สีส้มอมแดงเพื่อเพิ่มดีกรีความเผ็ดร้อน และให้กลิ่นอายแห่งความเป็น Retro ในยุค Pop Art อย่างงดงาม

ถัดมากับ เทรนด์ Mystical (มิสทิคัล) สะท้อนลุคสาวมั่นทรงเสน่ห์น่าค้นหา ด้วยเมกอัปสีเด่นอย่างส้มแสงอาทิตย์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและสีชมพูอ่อนของเกลือหิมาลายันเพิ่มความงดงามอย่างเลอค่าให้กับลุค

คีย์ลุค

พร้อมเพิ่มความโดดเด่นชวนหลงใหลให้กับดวงตาด้วยเฉดสีเขียว ปิดท้ายด้วยการแตะชิมเมอร์บริเวณโหนกแก้มและใต้ตา เพื่อเสริมลุคให้ผิวหน้าสว่างไสว นุ่มนวล ผ่องประกายระยิบระยับและสะกดทุกสายตา

ปิดท้ายกับ เทรนด์ Good Girl (กู๊ดเกิร์ล) สะท้อนลุคสาวหวาน ไร้เดียงสา เน้นโทนสีชมพูควบคู่กับเฉดสีพาสเทล เพื่อเผยถึงความอ่อนโยน น่าทะนุถนอม

คีย์ลุค

พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคด้วยการแต้มสีชมพูเชอร์รี่บริเวณพวงแก้มและริมฝีปากให้ดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ แต่งรอบดวงตาด้วยสีน้ำตาลเชสนัท ปิดท้ายด้วยการเฉดดิ้งโดยใช้สีเงิน ช่วยให้รูปหน้ามีมิติดุจความงดงามอันคลาสสิกไร้กาลเวลา

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://women.mthai.com

 …

Read more

เขียนคิ้ว ด้วย บล็อกเขียนคิ้ว ยังไงให้เป๊ะ และเหมาะกับรูปหน้ามากที่สุด

เขียนคิ้ว ด้วย บล็อกเขียนคิ้ว ถ้าให้โหวตว่าส่วนไหนบนใบหน้าที่ต้องใช้เวลาบรรจงแต่งมากที่สุด เชื่อเถอะว่าสาวๆ ส่วนใหญ่ต้องตอบว่า การเขียนคิ้วนี่แหละค่ะ ก็เพระว่าคิ้วคือมงกุฎ

เขียนคิ้ว ด้วย บล็อกเขียนคิ้ว ยังไงให้เป๊ะ และเหมาะกับรูปหน้ามากที่สุดได้ในเวลาเดียวกัน จึงไม่แปลกอะไรที่สาวๆ จะเสียเวลาในตอนเช้าไปกับการเขียนคิ้ว แต่ตอนนี้สาวๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วจ้า เพราะเขามี บล็อกเขียนคิ้ว มาให้สาวๆ ได้เลือกใช้ เขียนคิ้วให้สวยเป๊ะได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ว่าแต่อยากรู้ไหมว่า จะเลือกและเขียนคิ้วยังไงให้เข้ากับรูปหน้าเรามากที่สุด

พนันออนไลน์

อุปกรณ์
1. บล็อกเขียนคิ้ว (เลือกบล็อกที่เข้ากับรูปหน้าของเรามากที่สุด)

2. ดินสอเขียนคิ้ว

3. มาสคาร่าปัดคิ้ว

วิธีเขียนคิ้ว
1. นำบล็อกเขียนคิ้วที่สาวๆ เลือก วางลงบนคิ้วของตัวเอง

2. ใช้ดินสอเขียนคิ้ว ค่อยๆ วาดคิ้ว ให้เป็นรูปทรงตามบล็อกเขียนคิ้ว

3. นำบล็อกเขียนคิ้วออก แล้วเก็บรายละเอียดด้วยแปรงปัดคิ้ว

4. เซตคิ้วให้สวยเป๊ะด้วยมาสคาร่าปัดคิ้ว

เขียนคิ้ว ด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://women.mthai.com

Read more
เคล็ดลับ

เคล็ดลับ ผิวสวยใส ที่คนอยากมีผิวสวยต้องลองดูเป๊ะแม้จะไม่ได้เมคอัพ

เคล็ดลับ ผิวสวยใส ที่คนอยากมีผิวสวยต้องลองแน่นอนว่าใครๆ ต่างก็อยากมีผิวสวยใส ดูเป๊ะแม้จะไม่ได้เมคอัพ เพราะความสดของผิวที่ดีนั้น

เคล็ดลับ ผิวสวยใส ที่คนอยากมีผิวสวยต้องลองดูเป๊ะแม้จะไม่ได้เมคอัพ แสดงถึงบุคลิกภาพที่ดีด้วย แต่จะมีสักกี่คนกันที่ให้เวลากับการปรนนิบัติผิวแบบเต็มรูปแบบด้วยเวลาที่เร่งรีบและภาระหน้าที่รัดตัว

เคล็ดลับ

ทำให้การดูแลเรื่องความน้อยถูกปั่นทอนลงไป แต่เชื่อว่าแม้จะมีเวลาน้อยแค่ไหน คุณสาวๆ ก็คงไม่อยากพลาดเคล็ดลับในการดูแลผิวใช่ไหมล่ะ วันนี้ก็มีเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลผิวที่นอกเหนือจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

เบามือกับผิวหน้า

เป็นเคล็ดลับที่ทำได้แทบตลอดเวลา หากอยากสัมผัสผิวหน้าเมื่อไหร่ให้ระลึกไว้ว่า อาจจะทำให้เกิดริ้วรอยได้เสมอ ดังนั้นควรจัด เช็ด หรือทำอะไรบนผิวหน้าอย่างเบามือที่สุด เพราะหากเกิดริ้วรอยแล้วล่ะก็ แก้ไขยากกว่าทำให้ผิวขาวใสเสียอีก ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้านั้นจะทำให้คุณดูแก่ก่อนวัย ดังนั้นควรกระทำสิ่งใดๆ ก็ตามบนผิวหน้าอย่างเบามือที่สุด

มะเขือเทศและส้มคือแหล่งอาหารผิวชั้นยอด

ในมะเขือเทศและส้มนั้น มีวิตามินที่สำคัญในการบำรุงผิว ซึ่งล้วนเป็นสารในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยในเรื่องของการลดความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้เรียบเนียนเสมอกัน สร้างความเปล่งประกายเป็นออร่า รอยดำจากสิวจะค่อยๆ ลบเลือนหายไป การทานมะเขือเทศและส้มบ่อยๆ นั้น จะช่วยในเรื่องของผิวและสุขภาพโดยตรง เป็นประโยชน์กับร่างกาย ถ้าเป็นไปได้ควรทานทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีจากภายในโดยไม่ต้องพึ่งการเมคอัพเลยล่ะ

ใช้รองพื้นเนื้อบางบ้าง

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องการปกปิดข้อบกพร่องบนใบหน้าด้วยการใช้รองพื้นหนาๆ แต่ทว่าการโบกรองพื้นมากขนาดนั้น เป็นที่มาของการอุดตันบนผิว เพราะทั้งเหงื่อและสิ่งสกปรกต่างก็มาเกาะติดอยู่ที่ผิวหน้า และหากล้างทำความสะอาดไม่ดี ก็จะทำให้เกิดสิวจากการอุดตันได้ อันเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำไม่สดใส ดังนั้นควรเปลี่ยนมาใช้รองพื้นแบบเบาๆ บ้างในบางวัน เพื่อให้ผิวหน้าได้รับออกซิเจน

ดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำได้ผลในหลายเรื่อง

น้ำมะนาวนั้นจัดว่าเป็นผลิตผลชั้นยอดในเรื่องของความงามเช่นกัน เพราะมีวิตามินซีสูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นจากภายใน นอกจากจะบำรุงผิวแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการดีท็อกด้วย เพียงดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นในตอนเช้าและเป็นประจำ จะทำให้ผิวสวยใสเปล่งประกายแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติมอีกเลย สวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more

ขั้นตอนการบํารุง ผิวหน้า ตอนเช้าและก่อนนอน แบบถูกวิธี

ขั้นตอนการบํารุง ผิวหน้า ตอนเช้าและก่อนนอน แบบถูกวิธีการดูแลบำรุงผิวหน้าเป็นสิ่งที่สาวๆ จำเป็นต้องรู้นะคะ เพื่อให้ผิวหน้าของเราดูสวยสดใส สุขภาพดีเป็นธรรมชาติ จะได้ไม่ต้องกลัวเรื่องริ้วรอยก่อนวัย

ขั้นตอนการบํารุง ผิวหน้า ตอนเช้าและก่อนนอน  ปัญหาผิวอย่างสิวหรือผิวคล้ำด้วยค่ะ แต่เราจะดูแลผิวยังไงให้ถูกต้อง? วันนี้เรามีวิธีจำง่ายๆ ด้วยขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าแบบทีละสเต็ปมาฝากค่า จะทำหรือทาครีมอะไรก่อนหลัง ก็ตามมาดูกันได้เลยจ้า

ขั้นตอนการบํารุงผิวหน้าตอนเช้า

สำหรับการบำรุงผิวในตอนเช้า จะเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการออกไปข้างนอกนะคะ ต้องมีการป้องกันแสงแดดกันด้วย จะมีขั้นตอนการทาครีมเพื่อบำรุงผิวแบบไหน ก็ตามมาดูกันค่า

Step 1. ทำความสะอาด เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกเลยนะคะ เวลาที่ตื่นนอนขึ้นมา ก็ล้างใบหน้าก่อนเลยค่า อย่าลืมใช้โฟมหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่เข้ากับสภาพผิวของสาวๆ ด้วยนะคะ

Step 2. โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว ก็ใช้โทนเนอร์เช็ดใบหน้า เพื่อเอาสิ่งสกปรกที่อาจจะอุดตันตามผิวหนังออกก่อน ผิวจะได้สะอาดหมดจด แถมโทนเนอร์ยังช่วยลดสิวได้อีกด้วยนะคะ

Step 3. ทาครีมรักษา ในขั้นตอนนี้ ใครที่มีครีมรักษาสิว ฝ้ากระ ก็ทาหลังจากเช็ดโทนเนอร์กันได้เลยนะคะ เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนบนผิวกำลังเปิดและทาตอนนี้ ก็ช่วยให้นฃยาซึมลงชั้นผิวหนังได้ดียิ่งขึ้นค่า

Step 4. ลงมอยเจอร์ไรเซอร์หรือเดย์ครีม หลังจากครีมรักษาปัญหาผิวกันแล้ว ก็ทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวกันด้วยน้า เพื่อให้ผิวสวยสุขภาพดีเป็นธรรมชาติค่า

Step 5. ครีมกันแดด เมื่อทาครีมบำรุงผิวเสร็จแล้ว ก็ทาครีมกันแดดกันด้วยนะคะเพื่อป้องกันความชุ่มชื้นบนผิวหน้า และป้องกันแสงแแดด ไม่ให้ทำอันตรายผิวหน้าอีกด้วยค่ะ

Step 6. แต่งหน้า เมื่อบำรุงผิวหน้าเสร็จแล้ว หลังทาครีมกันแดด ก็สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติเลยค่า เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวได้รับการบำรุงในช่วงเช้าได้ดีและถูกต้องในเวลาตอนเช้าแล้วค่ะ

ขั้นตอนการบํารุงผิวหน้าก่อนนอน

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอน จะแตกต่างกับช่วงเช้าที่เราจะต้องทำความสะอาดหน้าจากเครื่องสำอาง และบำรุงเฉพาะจุดเพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงเพิ่มการบำรุงที่ทำให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นในตอนกลางคืน เพื่อให้ผิวสวยพร้อมในตอนเช้าด้วยค่า

Step 1. ทำความสะอาดหน้า ในเวลาตอนเย็นจะไม่ล้างหน้าแค่โฟมล้างหน้านะคะ สาวๆ ต้องใช้คลีนเซอร์เช็ดเอาเครื่องสำอางออกก่อน แล้วค่อยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างโฟมล้างอีกครั้งเพื่อความสะอาด ไม่ให้มีเครื่องสำอางตกค้างค่า

Step 2. โทนเนอร์ หลังจากทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ก็เช็ดด้วยโทนเนอร์ซ้ำอีกครั้งนะคะ เพื่อเอาสิ่งสกปรกที่อาจจะอุดตันตามรูขุมขนออก และเพื่อลดการเกิดสิวด้วยค่ะ

Step 3. ครีมลดเลือนจุดด่างดำ เมื่อเช็ดโทนเนอร์เสร็จแล้ว สาวๆ ที่มีปัญหากับจุดด่างดำ ก็นำออกมาแต้มบนจุดด่างดำที่มีปัญหาก่อนนะคะ เพื่อให้ครีมทำงานได้ดีขึ้น ก่อนทาครีมตัวอื่น

Step 4. เซรั่ม เซรั่มที่เป็นเนื่้อบางเบา ก็เป็นครีมตัวต่อไปที่จะนำมาทาผิวหน้าหลังจากทาครีมรักษาจุดด่างดำกันแล้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและบำรุงผิว ให้เซรั่มซึมเข้าผิวได้มากขึ้น

Step 5. อายครีม เมื่อทาเซรั่มเสร็จแล้ว ก็บำุงต่อด้วยอายครีมกันเลยค่า โดยทาเฉพาะดวงตานะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ดวงตาหมองคล้ำในวันรุ่งขึ้น ผิวรอบดวงตาก็สดใส ไม่เหี่ยวเร็วด้วยน้า

Step 6. ครีมให้ความชุ่มชื้นต่างๆ หลังจากทาครีมที่บำรุงเฉพาะจุดเสร็จแล้ว ก็ทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นต่างๆ เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ ไนท์ครีม หรือ Face oil ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เท่านี้ก็จบขั้นตอนการบำรุงในตอนกลางคืนแล้วค่า

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.ladyissue.com

Read more
เคล็ดลับสวย

เคล็ดลับสวย แบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่าง มาดมั่น

เคล็ดลับสวย แบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่าง มาดมั่นไม่ว่าใครก็อยากสวยแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะหากไม่ต้องแต่งหน้าด้วยแล้ว เรียกว่าเปลือยหน้าสดกันไปเลยทีเดียว

เคล็ดลับสวย แบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่าง มาดมั่นไม่ว่าใครก็อยากสวยแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะหากไม่ต้องแต่งหน้าด้วยแล้ว เรียกว่าเปลือยหน้าสดกันไปเลยทีเดียว แน่นอนว่าสาวๆ หลายคนอยากเปลือยหน้าสดได้อย่างไม่ต้องอายสายตาใคร ด้วยสุขภาพผิวที่สวยกระจ่างใสสมบูรณ์แบบ วันนี้เราเลยมีคำแนะนำมาฝาก จะดูแลผิวยังไงให้สวยใสแบบธรรมชาติ มาดูกันค่ะ

เคล็ดลับสวยแบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่างมาดมั่น

1.สครับผิว

พื้นฐานของการมีผิวหน้าสวยสดใสแบบไร้ที่ตินั้น ผิวหน้าจะต้องเผยถึงความสะอาดเกลี้ยงเกลาก่อนอันดับแรก โดยก่อนอื่นสาวๆ จะต้องให้ความสนใจกับการสครับผิวหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่อย่างกระจ่างใส แนะนำสครับที่ใช้ส่วนผสมง่ายๆ จากธรรมชาติอย่างน้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยผสมกับน้ำมันเมล็ดองุ่น 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วนำมานวดสครับลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมอย่างเบามือ ทำเช่นนี้ 1-2 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด เป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลองอย่างยิ่ง

2.มาส์กหน้า

การทาครีมบำรุงผิว ยังไม่ใช่การเติมอาหารผิวที่เพียงพอ เพราะผิวยังต้องการการบำรุงอย่างล้ำลึกเช่นกัน ซึ่งการมาส์กหน้าก็คือ วิธีหนึ่งที่จะช่วยเติมสารอาหารผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยฟื้นฟูผิวและทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสเปล่งปลั่งได้อย่างทันตา แต่จะต้องหมั่นมาส์กหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

4.หน้าใสด้วยมะนาว

ไม่ว่าสาวๆ จะมีปัญหาสิว รอยสิว จุดด่างดำหรือฝ้ากระกวนใจก็ตาม การใช้มะนาวแต้มจุดที่มีปัญหาจะช่วยกู้สภาพผิวสวยสดใสกลับคืนมาอีกครั้งได้ผล โดยผสมน้ำมะนาวกับน้ำเปล่าให้เจือจางกรดสักเล็กน้อย แล้วนำน้ำมะนาวทาลงบนผิวหน้า หากมีสิวก็อาจจะนำมาแต้มสิว ทำเป็นประจำด้วยสูตรนี้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยรักษาสิว ลดรอยสิว และบอกลาทุกปัญหาผิวที่กวนใจผิวสวยได้อย่างแน่นอน

5.จัดแต่งทรงคิ้วให้ได้รูปสวย

ในวันที่ต้องการเปลือยหน้าสด ในส่วนของคิ้วก็อาจจะเขียนคิ้วหรือกันคิ้วให้ได้รูปสวย แล้วแต่งทรงคิ้วให้คมชัดขึ้นด้วยดินสอเขียนคิ้ว เพื่อจัดเต็มรูปคิ้วให้สวยยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าสาวๆ ดูสวย มีมิติงดงาม

6.ปกป้องผิวจากรังสี UV

การปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ดีที่สุดก็คือ การทาครีมกันแดดนั่นเอง เพราะทุกวันผิวหน้าของเราจะต้องเผชิญกับแสงรังสีเป็นประจำ แม้ในวันที่อยู่แต่ภายในบ้านก็ตาม ดังนั้น ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 เป็นประจำทุกวันจะดีที่สุด เท่านี้ก็จะช่วยถนอมผิวและปกป้องไม่ให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งฝ้า กระและจุดด่างดำรวมถึงริ้วรอยได้ง่ายขึ้นแล้ว

7.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้เป็นอย่างดีในขณะที่เรานอนหลับ แถมเมื่อเวลาตื่นนอนตอนเช้า สาวๆ ยังสังเกตพบว่าผิวหน้าเปล่งปลั่งกระจ่างใส ไม่โทรมหรือหมองคล้ำอีกด้วยเมื่อเทียบกับสาวๆ ที่นอนดึกหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งการนอนเต็มอิ่ม ยังส่งผลทำให้อารมณ์แจ่มใสเบิกบาน ทำให้ผิวพรรณดูสดใส เฟรชชี่ตามได้อีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว สาวๆ อาจจะหันมาใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักผลไม้ อาหารที่มีวิตามินซีและดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน ทำตามนี้เป็นประจำก็จะทำให้คุณสาวๆ มีผิวหน้าสวยสดใส

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

Read more
วิธีทาลิป

วิธีทาลิป แบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี สร้างปากให้อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติ

วิธีทาลิป แบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี สร้างปากให้อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติวิธีทาลิปแบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี กำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในตอนนี้ เพราะการทาลิปแบบนี้จะไม่ทำให้คุณดูแก่

วิธีทาลิป แบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี กำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในตอนนี้ เพราะการทาลิปแบบนี้จะไม่ทำให้คุณดูแก่ และยังช่วยทำให้การแต่งหน้าของคุณดูซอฟท์ลงได้ ถึงแม้ว่าลิปสติกที่คุณทาจะเป็นสีแดงสดก็ตาม โดยการทาลิปแบบเบลอๆ มีอยู่ 3แบบ ด้วยกัน และในแต่ละแบบเราก็สามารถเลือกทาได้ตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม แล้วแต่ลุคที่เราต้องการเลย

วิธีทาลิป

แบบที่1 ใช้ลิปสติกเพียงสีเดียวในการทา โดยจะเน้นการเบลนด์ขอบปากให้เบลอๆ ฟุ้งๆ ซึ่งจะนิยมใช้วิธีนี้กับลิปสติกสีเข้ม นอกจากจะทำให้หน้าดูไม่ดุและไม่จัดจ้านจนเกินไป ยังช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่มแบบธรรมชาติด้วย

  • วิธีการทา เริ่มจากการเลือกลิปสติกที่เป็นเนื้อแมท ทาลงไปจนเกือบเต็มริมฝีปาก หลังจากนั้นค่อยๆ ใช้นิ้วเกลี่ยลิปสติกให้ออกไปถึงขอบปาก โดยลากไปตามรูปปากหรืออาจจะเกินจากขอบปากไปได้นิดหน่อย เพียงเท่านี้ก็จะได้ริมฝีปากเบาๆ เบลอๆ แล้ว

แบบที่2 ทาแบบไล่สี โดยอาจจะใช้ลิปสติกเพียง 1สี หรือจะใช้ 2สีที่ไล่เฉดกันก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ปากของคุณดูน่าจุ๊บสุดๆ เพราะการไล่สีจะทำให้ปากดูมีมิติ โดยปากบนจะดูเป็นกระจับ ส่วนปากล่างจะดูอวบอิ่ม และมุมปากจะดูยกขึ้น

  • วิธีการทา ของการทาแบบไล่สีจะมีขั้นตอนมากกว่าแบบแรกสักหน่อย แต่รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้ต้องถูกใจคุณแน่ๆ
  • บำรุงริมฝีปาก ด้วยการนำลิปมันมานวดบนริมฝีปากสักครู่ และใช้ทิชชู่ซับออกเพื่อไม่ให้เหลือความมันบนริมฝีปาก ซึ่งจะช่วยให้การลงลิปสติกของคุณเนียนและไม่ตกร่อง
  • ทาลิปสติกสีที่อ่อนกว่าลงไปบริเวณกึ่งกลางปาก แล้วใช้สำลีในการเบลนด์สีลิปออกมาที่ขอบนอก หรือถ้าหากใช้ลิปเพียงสีเดียวก็ให้ทำวิธีเดียวกันเลย
  • ใช้รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ที่มีสีเดียวกับผิว ทาบางๆ บริเวณขอบปาก เพื่อเบลอขอบปากของเรา
  • ใช้ลิปสติกสีที่เข้มกว่า หรือใช้สีเดิม ทาย้ำไปบริเวณริมฝีปากด้านใน และลากออกมาเป็นเส้นๆ ตามตัวอย่าง
  • ใช้นิ้วค่อยๆ กดลงบนริมฝีปาก เพื่อให้สีเข้มที่ทาลงไปกลืนกับสีก่อนหน้า โดยอย่าเกลี่ยออกมาเกินจากที่วาดเอาไว้

แบบที่3 ไล่สีปากและลงกลอสทับ วิธีนี้จะทำให้ริมฝีปากของคุณระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังดูฉ่ำน้ำสุขภาพดี เหมาะกับวันที่อยากได้ลุคแบ๊วๆ

  • วิธีการทา มีขั้นตอนการทาแบบเดียวกันกับการทาลิปแบบไล่สีปกติเลย แต่จะมีการลงกลอสทับในขั้นตอนสุดท้าย โดยไม่แนะนำให้ทากลอสโดยการปาดแรงๆ เพราะอาจจะทำให้สีลิปสติกที่เราลงไว้ก่อนหน้าเลอะได้ วิธีก็คือจุ่มกลอสให้ชุ่มแปรง และค่อยๆ กดลงบนริมฝีปากจนดูฉ่ำ อาจจะทากลอสเลยชอบปากมาหน่อยเพื่อทำให้ปากดูฉ่ำมากขึ้น
    วิธีทาปากแบบเบลอๆ

รู้วิธีการทาลิปสติกแบบเบลอๆ ในแต่ละรูปแบบแล้ว สาวๆ ก็ลองเลือกดูนะคะว่าชอบแบบไหนที่สุด แล้วลองมาเนรมิตเรียวปากของเราให้อวบอิ่มน่าจุ๊บกันเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://women.mthai.com

 …

Read more
พฤติกรรมการกิน

พฤติกรรมการกิน ที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วน

พฤติกรรมการกิน ที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วนการที่จะหน้าเด็กดูอ่อนกว่าวัยหรือหน้าแก่เร็วไม่สมวัยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือวันเวลาที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว

พฤติกรรมการกิน ที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วนการที่จะหน้าเด็กดูอ่อนกว่าวัยหรือหน้าแก่เร็วไม่สมวัยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือวันเวลาที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว

5 พฤติกรรมการกินที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วน!

หากแต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินที่กระทำเป็นประจำบ่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว แล้วจะทำอย่างไรหรือต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอะไรบ้างจึงจะทำให้ใบหน้าหรือผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย มาดูกันเลยค่ะ

1.กินอาหารที่ให้พลังงานสูง

การเผาผลาญอาหารที่ให้พลังงานสูงก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย โดยเฉพาะไขมัน แป้ง โปรตีน เมื่อย่อยสลายเป็นน้ำตาล ร่างกายต้องทำงานหนักทุกมื้อ ทำให้ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินตลอดเวลาเพื่อนำมาเก็บไว้ในเซลล์ ดังนั้นคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะมีความเสี่ยงการเป็นเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งทำให้ดูแก่กว่าวัย สิ่งที่ควรทำคือกินแป้งและน้ำตาลให้น้อยลง เพิ่มปริมาณผักและผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำมากๆ เน้นอาหารที่มีไขมันชนิดดีให้มากขึ้นนั่นเอง

2.กินอาหารทอดกรอบ

การทอดด้วยน้ำมันให้อาหารกรอบ หรือใช้น้ำมันทอดซ้ำ นอกจากการทำให้หน้าแก่ก่อนวัยแล้วยังได้สารก่อมะเร็งแถมเข้ามาอีกด้วย สิ่งที่ควรทำคือหันมากินอาหารต้มหรือนึ่ง โดยที่ไม่ผ่านการต้มหรือนึ่งนานจนเกินไปเหมือนการทอดอีกเช่นกัน เพราะอาหารจะสูญเสียสารอาหารที่สำคัญไปกับการทำให้สุกไปหมดแล้ว ร่างกายก็จะไปไม่ได้รับแร่ธาตุที่สำคัญเท่าที่ควรจะได้นั่นเอง

3.ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน

ถึงแม้คาเฟอีนจะมีผลดีในด้านทำให้ร่างกายกะปี้กะเป่า สดชื่นแต่ถ้าดื่มบ่อยๆ หรือมากจนเกินไป คาเฟอีนจะไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารอะดีนาลีนอยู่ตลอดทุกวัน ซึ่งอะดีนาลีนนี้จะทำงานคล้ายฮอร์โมนไทรอยด์ สุดท้ายร่างกายจะลดการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ไทรอยด์เสื่อมเร็วกว่าปกติ การเผาผลาญในร่างกายก็จะต่ำลงด้วยทั้งๆ ที่ยังกินอาหารเท่าเดิมแต่กลับอ้วนง่ายขึ้น ความจำเสื่อม มือเท้าเย็น ผิวและผมแห้ง

4.ดื่มน้ำจากขวดพลาสติก

พบว่าผู้ที่ชอบดื่มน้ำขวดสำเร็จรูปพลาสติกบ่อยๆ มีโอกาสเสี่ยงได้รับสารพิษ ทำให้แก่เร็ว เพราะสารพิษที่อยู่ในขวดพลาสติกจะละลายสารพิษปนมาในน้ำดื่ม ควรเปลี่ยนมาดื่มจากขวดแก้วจะดีและปลอดภัยกว่า

5.ชอบดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ให้พลังงานแก่ผู้ที่ดื่มสูงมาก ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระดื่มแล้วร่างกายจะเปลี่ยนจากน้ำตาลสะสมเป็นไขมัน ที่พุง ที่เต้านม จะสังเกตได้ว่าผู้ที่ดื่มเหล้าจะแก่และลงพุงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มเสี่ยงการเป็นโรคร้ายเช่น มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านมอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการกินดังกล่าวมักเกิดกับผู้ที่ใช้ชีวิตแบบสนุกสนาน หรือรีบเร่ง ใช้ชีวิตแบบไม่ระวังไม่ใส่ใจในสุขภาพลองลด ละ เว้นอาหารเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะบ้าง แล้วจะพบว่าน้ำหนักตัวขึ้นช้าลง หน้าตาดูสดชื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

Read more
เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา

เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา สาวจมูกสั้นการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้น

เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา สาวจมูกสั้นการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้นทุกคนเกิดมาไม่มีอะไรเท่ากัน ทั้งรูปร่างหน้าตา แม้แต่จมูกก็ไม่มีใครเหมือนกัน

เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา สาวจมูกสั้นการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้นทุกคนเกิดมาไม่มีอะไรเท่ากัน ทั้งรูปร่างหน้าตา แม้แต่จมูกก็ไม่มีใครเหมือนกัน แต่อาจจะมีคล้ายกันบ้าง

แต่สำหรับการแต่งหน้านั้นบางเทคนิคก็ไม่สามารถใช้กับทุกคนได้เช่นกัน เพราะรูปทรงหน้าแต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน

วันนี้เลยมีเทคนิคการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้นให้ดูจมูกยาวเป็นสันได้ง่ายนิดเดียวค่ะ

 

Step 1
เริ่มต้นด้วยการเลือกเฉดดิ้งที่เหมาะกับสีผิวของเรา เพื่อทำให้การเฉดดิ้งนั้นดูเนียนเป็นธรรมชาติมากที่สุด ควรเลือกสีน้ำตาลอ่อน แต่ไม่ควรเลือกที่ออกน้ำตาลแดง

Step 2
ให้เริ่มกำหนดจุดเฉดดิ้งตั้งที่บริเวณหัวคิ้วลงมาตามบริเวณล่องตา และสันข้างจมูกเป็นเส้นตรง จะได้เป็นลักษณ์ตัว J กลับด้านทำแบบนี้ทั้งสองข้างเลยนะคะ

Step 3
จากนั้นใช้แปรงเฉดดิ้งจะจมูกทำการเฉดดิ้งให้จุดที่เรากำหนดไว้ โดยแปรงที่ดีควรมีขนแปรงที่หัวฟูๆ เพื่อให้การเกลียเฉดดิ้งนั้นดูเนียน และเกิดมิติอยากเป็นธรรมชาติ และควรเฉดดิ้งบริเวณปีกจมูหทั้งสองข้างด้วยนะคะ

Step 4
เพื่อให้เห็นสันจมูกด้านหน้าให้ชัดและยาวขึ้น ควรใช้ไฮไลท์เพื่อให้เกิดการตกกระทบแสงในการทำให้จมูกดูยาวขึ้น โดยไฮไลท์ตั้งแต่บริเวณหน้าฝากลงมาจนถึงปลายจมูกเป็นเส้นตรง เพียงแค่นี่จมูกของเราก็จะดูยาวและโด่งขึ้นมากๆ เลยค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

Read more
เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่

เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและหนุ่มสาวรักสวยรักงาม ห้ามพลาด

เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและหนุ่มสาวรักสวยรักงาม ห้ามพลาดเครื่องสำอางเป็นสิ่งจำเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทำให้ธุรกิจคอสเมติกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและหนุ่มสาวรักสวยรักงาม ห้ามพลาด เครื่องสำอางเป็นสิ่งจำเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทำให้ธุรกิจคอสเมติกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น

และประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตเครื่องสำอางที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอยู่ในลำดับที่ 17

ช่วง ไตรมาสแรกของปี 2561 (มกราคม – มีนาคม) มูลค่าตลาดส่งออกของอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อยู่ที่ 671.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 15.12% โดยเพิ่มมาจากกลุ่ม SME และต่อไปนี้คือเทรนด์เครื่องสำอางที่จะเกิดขึ้น

  1. เครื่องสำอางออแกนิก – ผู้บริโภคยุคใหม่รักสุขภาพและเน้นธรรมชาติ 100% จึงนิยมวัตถุดิบธรรมชาติมากกว่าสารเคมี และยังรวมถึงบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดแก้วแทนพลาสติก กล่องสินค้าย่อยสลายได้ ดีทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
  2. นวัตกรรมเทคโนโลยีความงาม – การใช้นวัตกรรมช่วยดึงดูดผู้บริโภคได้ดี เช่น การใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย ควบคุมคุณภาพการผลิต การจัดเก็บ สั่งซื้อและส่งของถึงมือลูกค้า ต้องมีความทันสมัยและเป็นสากล
  3. สมุรไพรไทย Only in Thailand – การสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ไทย คือ การใช้ส่วนผสมที่หาได้จากเมืองไทยเท่านั้น แต่ก็ต้องมีความรู้จากงานวิจัยและวิทยาศาสตร์มาเสริมควบคู่ไปด้วย
  4. IoT Smart Beauty – IoT เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ถ้าสามารถนำนวัตกรรม IoT มาผนวกกับเครื่องสำอางได้ เช่น การใช้เซนเซอร์ผนึกกับผิวหนังเผื่อตรวจวัดค่าแสง UV พร้อมรายงานให้ผู้ใช้ทราบผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ การสร้างแอพพลิเคชั่นเสริมเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อร่างกาย การสแกนใบหน้าเพื่อวัดค่าอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ช่วยสร้างความแตกต่าง จดจำแบรนด์
  5. ตอบโจทย์ทุกเฉดสีผิว – การให้ความสำคัญกบความหลากหลายของผู้บริโภค ต้องเข้าใจทุกปัญหาและความต้องการ เพื่อเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น
  6. Anti-Pollution – ปัญหามลภาวะ โดยเฉพาะคนเมืองหลีกเลี่ยงได้ยาก ไอเสียจากการจราจร ผุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภัยที่ทำร้ายสุขภาพและความสวยงามได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การผลิตเครื่องสำอางเพื่อปกป้องผิวจึงเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้บริโภคจะมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน
  7. กลิ่นหอมสร้างแรงบันดาลใจ – กลิ่นเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจ หลายแบรนด์ดังนำกลิ่นมาเป็นส่วนผสม เช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นขนมหวาน กลิ่นเครื่องดื่ม กลิ่นดอกไม้ เป็นการเข้าถึงความรู้สึกและให้ประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แก้อาการวิตกกังวล ให้ความรู้สึกสดชื่น เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://brandinside.asia

Read more