ขั้นตอนการบํารุง ผิวหน้า ตอนเช้าและก่อนนอน แบบถูกวิธี

ขั้นตอนการบํารุง ผิวหน้า ตอนเช้าและก่อนนอน แบบถูกวิธีการดูแลบำรุงผิวหน้าเป็นสิ่งที่สาวๆ จำเป็นต้องรู้นะคะ เพื่อให้ผิวหน้าของเราดูสวยสดใส สุขภาพดีเป็นธรรมชาติ จะได้ไม่ต้องกลัวเรื่องริ้วรอยก่อนวัย

ขั้นตอนการบํารุง ผิวหน้า ตอนเช้าและก่อนนอน  ปัญหาผิวอย่างสิวหรือผิวคล้ำด้วยค่ะ แต่เราจะดูแลผิวยังไงให้ถูกต้อง? วันนี้เรามีวิธีจำง่ายๆ ด้วยขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าแบบทีละสเต็ปมาฝากค่า จะทำหรือทาครีมอะไรก่อนหลัง ก็ตามมาดูกันได้เลยจ้า

ขั้นตอนการบํารุงผิวหน้าตอนเช้า

สำหรับการบำรุงผิวในตอนเช้า จะเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการออกไปข้างนอกนะคะ ต้องมีการป้องกันแสงแดดกันด้วย จะมีขั้นตอนการทาครีมเพื่อบำรุงผิวแบบไหน ก็ตามมาดูกันค่า

Step 1. ทำความสะอาด เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกเลยนะคะ เวลาที่ตื่นนอนขึ้นมา ก็ล้างใบหน้าก่อนเลยค่า อย่าลืมใช้โฟมหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่เข้ากับสภาพผิวของสาวๆ ด้วยนะคะ

Step 2. โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว ก็ใช้โทนเนอร์เช็ดใบหน้า เพื่อเอาสิ่งสกปรกที่อาจจะอุดตันตามผิวหนังออกก่อน ผิวจะได้สะอาดหมดจด แถมโทนเนอร์ยังช่วยลดสิวได้อีกด้วยนะคะ

Step 3. ทาครีมรักษา ในขั้นตอนนี้ ใครที่มีครีมรักษาสิว ฝ้ากระ ก็ทาหลังจากเช็ดโทนเนอร์กันได้เลยนะคะ เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนบนผิวกำลังเปิดและทาตอนนี้ ก็ช่วยให้นฃยาซึมลงชั้นผิวหนังได้ดียิ่งขึ้นค่า

Step 4. ลงมอยเจอร์ไรเซอร์หรือเดย์ครีม หลังจากครีมรักษาปัญหาผิวกันแล้ว ก็ทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวกันด้วยน้า เพื่อให้ผิวสวยสุขภาพดีเป็นธรรมชาติค่า

Step 5. ครีมกันแดด เมื่อทาครีมบำรุงผิวเสร็จแล้ว ก็ทาครีมกันแดดกันด้วยนะคะเพื่อป้องกันความชุ่มชื้นบนผิวหน้า และป้องกันแสงแแดด ไม่ให้ทำอันตรายผิวหน้าอีกด้วยค่ะ

Step 6. แต่งหน้า เมื่อบำรุงผิวหน้าเสร็จแล้ว หลังทาครีมกันแดด ก็สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติเลยค่า เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวได้รับการบำรุงในช่วงเช้าได้ดีและถูกต้องในเวลาตอนเช้าแล้วค่ะ

ขั้นตอนการบํารุงผิวหน้าก่อนนอน

การบำรุงผิวหน้าก่อนนอน จะแตกต่างกับช่วงเช้าที่เราจะต้องทำความสะอาดหน้าจากเครื่องสำอาง และบำรุงเฉพาะจุดเพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงเพิ่มการบำรุงที่ทำให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นในตอนกลางคืน เพื่อให้ผิวสวยพร้อมในตอนเช้าด้วยค่า

Step 1. ทำความสะอาดหน้า ในเวลาตอนเย็นจะไม่ล้างหน้าแค่โฟมล้างหน้านะคะ สาวๆ ต้องใช้คลีนเซอร์เช็ดเอาเครื่องสำอางออกก่อน แล้วค่อยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างโฟมล้างอีกครั้งเพื่อความสะอาด ไม่ให้มีเครื่องสำอางตกค้างค่า

Step 2. โทนเนอร์ หลังจากทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ก็เช็ดด้วยโทนเนอร์ซ้ำอีกครั้งนะคะ เพื่อเอาสิ่งสกปรกที่อาจจะอุดตันตามรูขุมขนออก และเพื่อลดการเกิดสิวด้วยค่ะ

Step 3. ครีมลดเลือนจุดด่างดำ เมื่อเช็ดโทนเนอร์เสร็จแล้ว สาวๆ ที่มีปัญหากับจุดด่างดำ ก็นำออกมาแต้มบนจุดด่างดำที่มีปัญหาก่อนนะคะ เพื่อให้ครีมทำงานได้ดีขึ้น ก่อนทาครีมตัวอื่น

Step 4. เซรั่ม เซรั่มที่เป็นเนื่้อบางเบา ก็เป็นครีมตัวต่อไปที่จะนำมาทาผิวหน้าหลังจากทาครีมรักษาจุดด่างดำกันแล้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและบำรุงผิว ให้เซรั่มซึมเข้าผิวได้มากขึ้น

Step 5. อายครีม เมื่อทาเซรั่มเสร็จแล้ว ก็บำุงต่อด้วยอายครีมกันเลยค่า โดยทาเฉพาะดวงตานะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ดวงตาหมองคล้ำในวันรุ่งขึ้น ผิวรอบดวงตาก็สดใส ไม่เหี่ยวเร็วด้วยน้า

Step 6. ครีมให้ความชุ่มชื้นต่างๆ หลังจากทาครีมที่บำรุงเฉพาะจุดเสร็จแล้ว ก็ทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นต่างๆ เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ ไนท์ครีม หรือ Face oil ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เท่านี้ก็จบขั้นตอนการบำรุงในตอนกลางคืนแล้วค่า

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.ladyissue.com

Read more
เคล็ดลับสวย

เคล็ดลับสวย แบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่าง มาดมั่น

เคล็ดลับสวย แบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่าง มาดมั่นไม่ว่าใครก็อยากสวยแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะหากไม่ต้องแต่งหน้าด้วยแล้ว เรียกว่าเปลือยหน้าสดกันไปเลยทีเดียว

เคล็ดลับสวย แบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่าง มาดมั่นไม่ว่าใครก็อยากสวยแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะหากไม่ต้องแต่งหน้าด้วยแล้ว เรียกว่าเปลือยหน้าสดกันไปเลยทีเดียว แน่นอนว่าสาวๆ หลายคนอยากเปลือยหน้าสดได้อย่างไม่ต้องอายสายตาใคร ด้วยสุขภาพผิวที่สวยกระจ่างใสสมบูรณ์แบบ วันนี้เราเลยมีคำแนะนำมาฝาก จะดูแลผิวยังไงให้สวยใสแบบธรรมชาติ มาดูกันค่ะ

เคล็ดลับสวยแบบธรรมชาติ เปลือยหน้าสดได้อย่างมาดมั่น

1.สครับผิว

พื้นฐานของการมีผิวหน้าสวยสดใสแบบไร้ที่ตินั้น ผิวหน้าจะต้องเผยถึงความสะอาดเกลี้ยงเกลาก่อนอันดับแรก โดยก่อนอื่นสาวๆ จะต้องให้ความสนใจกับการสครับผิวหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่อย่างกระจ่างใส แนะนำสครับที่ใช้ส่วนผสมง่ายๆ จากธรรมชาติอย่างน้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยผสมกับน้ำมันเมล็ดองุ่น 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วนำมานวดสครับลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมอย่างเบามือ ทำเช่นนี้ 1-2 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด เป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลองอย่างยิ่ง

2.มาส์กหน้า

การทาครีมบำรุงผิว ยังไม่ใช่การเติมอาหารผิวที่เพียงพอ เพราะผิวยังต้องการการบำรุงอย่างล้ำลึกเช่นกัน ซึ่งการมาส์กหน้าก็คือ วิธีหนึ่งที่จะช่วยเติมสารอาหารผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยฟื้นฟูผิวและทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสเปล่งปลั่งได้อย่างทันตา แต่จะต้องหมั่นมาส์กหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

4.หน้าใสด้วยมะนาว

ไม่ว่าสาวๆ จะมีปัญหาสิว รอยสิว จุดด่างดำหรือฝ้ากระกวนใจก็ตาม การใช้มะนาวแต้มจุดที่มีปัญหาจะช่วยกู้สภาพผิวสวยสดใสกลับคืนมาอีกครั้งได้ผล โดยผสมน้ำมะนาวกับน้ำเปล่าให้เจือจางกรดสักเล็กน้อย แล้วนำน้ำมะนาวทาลงบนผิวหน้า หากมีสิวก็อาจจะนำมาแต้มสิว ทำเป็นประจำด้วยสูตรนี้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยรักษาสิว ลดรอยสิว และบอกลาทุกปัญหาผิวที่กวนใจผิวสวยได้อย่างแน่นอน

5.จัดแต่งทรงคิ้วให้ได้รูปสวย

ในวันที่ต้องการเปลือยหน้าสด ในส่วนของคิ้วก็อาจจะเขียนคิ้วหรือกันคิ้วให้ได้รูปสวย แล้วแต่งทรงคิ้วให้คมชัดขึ้นด้วยดินสอเขียนคิ้ว เพื่อจัดเต็มรูปคิ้วให้สวยยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าสาวๆ ดูสวย มีมิติงดงาม

6.ปกป้องผิวจากรังสี UV

การปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ดีที่สุดก็คือ การทาครีมกันแดดนั่นเอง เพราะทุกวันผิวหน้าของเราจะต้องเผชิญกับแสงรังสีเป็นประจำ แม้ในวันที่อยู่แต่ภายในบ้านก็ตาม ดังนั้น ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 เป็นประจำทุกวันจะดีที่สุด เท่านี้ก็จะช่วยถนอมผิวและปกป้องไม่ให้ผิวหมองคล้ำ นำมาซึ่งฝ้า กระและจุดด่างดำรวมถึงริ้วรอยได้ง่ายขึ้นแล้ว

7.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้เป็นอย่างดีในขณะที่เรานอนหลับ แถมเมื่อเวลาตื่นนอนตอนเช้า สาวๆ ยังสังเกตพบว่าผิวหน้าเปล่งปลั่งกระจ่างใส ไม่โทรมหรือหมองคล้ำอีกด้วยเมื่อเทียบกับสาวๆ ที่นอนดึกหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งการนอนเต็มอิ่ม ยังส่งผลทำให้อารมณ์แจ่มใสเบิกบาน ทำให้ผิวพรรณดูสดใส เฟรชชี่ตามได้อีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว สาวๆ อาจจะหันมาใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักผลไม้ อาหารที่มีวิตามินซีและดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน ทำตามนี้เป็นประจำก็จะทำให้คุณสาวๆ มีผิวหน้าสวยสดใส

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

Read more
วิธีทาลิป

วิธีทาลิป แบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี สร้างปากให้อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติ

วิธีทาลิป แบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี สร้างปากให้อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติวิธีทาลิปแบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี กำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในตอนนี้ เพราะการทาลิปแบบนี้จะไม่ทำให้คุณดูแก่

วิธีทาลิป แบบเบลอๆ สไตล์สาวเกาหลี กำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในตอนนี้ เพราะการทาลิปแบบนี้จะไม่ทำให้คุณดูแก่ และยังช่วยทำให้การแต่งหน้าของคุณดูซอฟท์ลงได้ ถึงแม้ว่าลิปสติกที่คุณทาจะเป็นสีแดงสดก็ตาม โดยการทาลิปแบบเบลอๆ มีอยู่ 3แบบ ด้วยกัน และในแต่ละแบบเราก็สามารถเลือกทาได้ตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม แล้วแต่ลุคที่เราต้องการเลย

วิธีทาลิป

แบบที่1 ใช้ลิปสติกเพียงสีเดียวในการทา โดยจะเน้นการเบลนด์ขอบปากให้เบลอๆ ฟุ้งๆ ซึ่งจะนิยมใช้วิธีนี้กับลิปสติกสีเข้ม นอกจากจะทำให้หน้าดูไม่ดุและไม่จัดจ้านจนเกินไป ยังช่วยทำให้ปากดูอวบอิ่มแบบธรรมชาติด้วย

  • วิธีการทา เริ่มจากการเลือกลิปสติกที่เป็นเนื้อแมท ทาลงไปจนเกือบเต็มริมฝีปาก หลังจากนั้นค่อยๆ ใช้นิ้วเกลี่ยลิปสติกให้ออกไปถึงขอบปาก โดยลากไปตามรูปปากหรืออาจจะเกินจากขอบปากไปได้นิดหน่อย เพียงเท่านี้ก็จะได้ริมฝีปากเบาๆ เบลอๆ แล้ว

แบบที่2 ทาแบบไล่สี โดยอาจจะใช้ลิปสติกเพียง 1สี หรือจะใช้ 2สีที่ไล่เฉดกันก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ปากของคุณดูน่าจุ๊บสุดๆ เพราะการไล่สีจะทำให้ปากดูมีมิติ โดยปากบนจะดูเป็นกระจับ ส่วนปากล่างจะดูอวบอิ่ม และมุมปากจะดูยกขึ้น

  • วิธีการทา ของการทาแบบไล่สีจะมีขั้นตอนมากกว่าแบบแรกสักหน่อย แต่รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้ต้องถูกใจคุณแน่ๆ
  • บำรุงริมฝีปาก ด้วยการนำลิปมันมานวดบนริมฝีปากสักครู่ และใช้ทิชชู่ซับออกเพื่อไม่ให้เหลือความมันบนริมฝีปาก ซึ่งจะช่วยให้การลงลิปสติกของคุณเนียนและไม่ตกร่อง
  • ทาลิปสติกสีที่อ่อนกว่าลงไปบริเวณกึ่งกลางปาก แล้วใช้สำลีในการเบลนด์สีลิปออกมาที่ขอบนอก หรือถ้าหากใช้ลิปเพียงสีเดียวก็ให้ทำวิธีเดียวกันเลย
  • ใช้รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ที่มีสีเดียวกับผิว ทาบางๆ บริเวณขอบปาก เพื่อเบลอขอบปากของเรา
  • ใช้ลิปสติกสีที่เข้มกว่า หรือใช้สีเดิม ทาย้ำไปบริเวณริมฝีปากด้านใน และลากออกมาเป็นเส้นๆ ตามตัวอย่าง
  • ใช้นิ้วค่อยๆ กดลงบนริมฝีปาก เพื่อให้สีเข้มที่ทาลงไปกลืนกับสีก่อนหน้า โดยอย่าเกลี่ยออกมาเกินจากที่วาดเอาไว้

แบบที่3 ไล่สีปากและลงกลอสทับ วิธีนี้จะทำให้ริมฝีปากของคุณระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังดูฉ่ำน้ำสุขภาพดี เหมาะกับวันที่อยากได้ลุคแบ๊วๆ

  • วิธีการทา มีขั้นตอนการทาแบบเดียวกันกับการทาลิปแบบไล่สีปกติเลย แต่จะมีการลงกลอสทับในขั้นตอนสุดท้าย โดยไม่แนะนำให้ทากลอสโดยการปาดแรงๆ เพราะอาจจะทำให้สีลิปสติกที่เราลงไว้ก่อนหน้าเลอะได้ วิธีก็คือจุ่มกลอสให้ชุ่มแปรง และค่อยๆ กดลงบนริมฝีปากจนดูฉ่ำ อาจจะทากลอสเลยชอบปากมาหน่อยเพื่อทำให้ปากดูฉ่ำมากขึ้น
    วิธีทาปากแบบเบลอๆ

รู้วิธีการทาลิปสติกแบบเบลอๆ ในแต่ละรูปแบบแล้ว สาวๆ ก็ลองเลือกดูนะคะว่าชอบแบบไหนที่สุด แล้วลองมาเนรมิตเรียวปากของเราให้อวบอิ่มน่าจุ๊บกันเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://women.mthai.com

 …

Read more
พฤติกรรมการกิน

พฤติกรรมการกิน ที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วน

พฤติกรรมการกิน ที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วนการที่จะหน้าเด็กดูอ่อนกว่าวัยหรือหน้าแก่เร็วไม่สมวัยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือวันเวลาที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว

พฤติกรรมการกิน ที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วนการที่จะหน้าเด็กดูอ่อนกว่าวัยหรือหน้าแก่เร็วไม่สมวัยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือวันเวลาที่ผ่านไปเพียงอย่างเดียว

5 พฤติกรรมการกินที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย อยากหน้าเด็ก เลี่ยงด่วน!

หากแต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินที่กระทำเป็นประจำบ่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว แล้วจะทำอย่างไรหรือต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอะไรบ้างจึงจะทำให้ใบหน้าหรือผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย มาดูกันเลยค่ะ

1.กินอาหารที่ให้พลังงานสูง

การเผาผลาญอาหารที่ให้พลังงานสูงก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย โดยเฉพาะไขมัน แป้ง โปรตีน เมื่อย่อยสลายเป็นน้ำตาล ร่างกายต้องทำงานหนักทุกมื้อ ทำให้ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินตลอดเวลาเพื่อนำมาเก็บไว้ในเซลล์ ดังนั้นคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะมีความเสี่ยงการเป็นเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งทำให้ดูแก่กว่าวัย สิ่งที่ควรทำคือกินแป้งและน้ำตาลให้น้อยลง เพิ่มปริมาณผักและผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำมากๆ เน้นอาหารที่มีไขมันชนิดดีให้มากขึ้นนั่นเอง

2.กินอาหารทอดกรอบ

การทอดด้วยน้ำมันให้อาหารกรอบ หรือใช้น้ำมันทอดซ้ำ นอกจากการทำให้หน้าแก่ก่อนวัยแล้วยังได้สารก่อมะเร็งแถมเข้ามาอีกด้วย สิ่งที่ควรทำคือหันมากินอาหารต้มหรือนึ่ง โดยที่ไม่ผ่านการต้มหรือนึ่งนานจนเกินไปเหมือนการทอดอีกเช่นกัน เพราะอาหารจะสูญเสียสารอาหารที่สำคัญไปกับการทำให้สุกไปหมดแล้ว ร่างกายก็จะไปไม่ได้รับแร่ธาตุที่สำคัญเท่าที่ควรจะได้นั่นเอง

3.ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน

ถึงแม้คาเฟอีนจะมีผลดีในด้านทำให้ร่างกายกะปี้กะเป่า สดชื่นแต่ถ้าดื่มบ่อยๆ หรือมากจนเกินไป คาเฟอีนจะไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารอะดีนาลีนอยู่ตลอดทุกวัน ซึ่งอะดีนาลีนนี้จะทำงานคล้ายฮอร์โมนไทรอยด์ สุดท้ายร่างกายจะลดการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ไทรอยด์เสื่อมเร็วกว่าปกติ การเผาผลาญในร่างกายก็จะต่ำลงด้วยทั้งๆ ที่ยังกินอาหารเท่าเดิมแต่กลับอ้วนง่ายขึ้น ความจำเสื่อม มือเท้าเย็น ผิวและผมแห้ง

4.ดื่มน้ำจากขวดพลาสติก

พบว่าผู้ที่ชอบดื่มน้ำขวดสำเร็จรูปพลาสติกบ่อยๆ มีโอกาสเสี่ยงได้รับสารพิษ ทำให้แก่เร็ว เพราะสารพิษที่อยู่ในขวดพลาสติกจะละลายสารพิษปนมาในน้ำดื่ม ควรเปลี่ยนมาดื่มจากขวดแก้วจะดีและปลอดภัยกว่า

5.ชอบดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ให้พลังงานแก่ผู้ที่ดื่มสูงมาก ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระดื่มแล้วร่างกายจะเปลี่ยนจากน้ำตาลสะสมเป็นไขมัน ที่พุง ที่เต้านม จะสังเกตได้ว่าผู้ที่ดื่มเหล้าจะแก่และลงพุงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มเสี่ยงการเป็นโรคร้ายเช่น มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านมอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการกินดังกล่าวมักเกิดกับผู้ที่ใช้ชีวิตแบบสนุกสนาน หรือรีบเร่ง ใช้ชีวิตแบบไม่ระวังไม่ใส่ใจในสุขภาพลองลด ละ เว้นอาหารเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะบ้าง แล้วจะพบว่าน้ำหนักตัวขึ้นช้าลง หน้าตาดูสดชื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

Read more
เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา

เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา สาวจมูกสั้นการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้น

เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา สาวจมูกสั้นการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้นทุกคนเกิดมาไม่มีอะไรเท่ากัน ทั้งรูปร่างหน้าตา แม้แต่จมูกก็ไม่มีใครเหมือนกัน

เทคนิคเฉดดิ้งจมูกแก้ปัญหา สาวจมูกสั้นการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้นทุกคนเกิดมาไม่มีอะไรเท่ากัน ทั้งรูปร่างหน้าตา แม้แต่จมูกก็ไม่มีใครเหมือนกัน แต่อาจจะมีคล้ายกันบ้าง

แต่สำหรับการแต่งหน้านั้นบางเทคนิคก็ไม่สามารถใช้กับทุกคนได้เช่นกัน เพราะรูปทรงหน้าแต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน

วันนี้เลยมีเทคนิคการเฉดดิ้งจมูกที่เหมาะกับคนที่มีรูปจมูกสั้นให้ดูจมูกยาวเป็นสันได้ง่ายนิดเดียวค่ะ

 

Step 1
เริ่มต้นด้วยการเลือกเฉดดิ้งที่เหมาะกับสีผิวของเรา เพื่อทำให้การเฉดดิ้งนั้นดูเนียนเป็นธรรมชาติมากที่สุด ควรเลือกสีน้ำตาลอ่อน แต่ไม่ควรเลือกที่ออกน้ำตาลแดง

Step 2
ให้เริ่มกำหนดจุดเฉดดิ้งตั้งที่บริเวณหัวคิ้วลงมาตามบริเวณล่องตา และสันข้างจมูกเป็นเส้นตรง จะได้เป็นลักษณ์ตัว J กลับด้านทำแบบนี้ทั้งสองข้างเลยนะคะ

Step 3
จากนั้นใช้แปรงเฉดดิ้งจะจมูกทำการเฉดดิ้งให้จุดที่เรากำหนดไว้ โดยแปรงที่ดีควรมีขนแปรงที่หัวฟูๆ เพื่อให้การเกลียเฉดดิ้งนั้นดูเนียน และเกิดมิติอยากเป็นธรรมชาติ และควรเฉดดิ้งบริเวณปีกจมูหทั้งสองข้างด้วยนะคะ

Step 4
เพื่อให้เห็นสันจมูกด้านหน้าให้ชัดและยาวขึ้น ควรใช้ไฮไลท์เพื่อให้เกิดการตกกระทบแสงในการทำให้จมูกดูยาวขึ้น โดยไฮไลท์ตั้งแต่บริเวณหน้าฝากลงมาจนถึงปลายจมูกเป็นเส้นตรง เพียงแค่นี่จมูกของเราก็จะดูยาวและโด่งขึ้นมากๆ เลยค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

Read more
เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่

เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและหนุ่มสาวรักสวยรักงาม ห้ามพลาด

เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและหนุ่มสาวรักสวยรักงาม ห้ามพลาดเครื่องสำอางเป็นสิ่งจำเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทำให้ธุรกิจคอสเมติกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทรนด์คอสเมติกยุคใหม่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและหนุ่มสาวรักสวยรักงาม ห้ามพลาด เครื่องสำอางเป็นสิ่งจำเป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทำให้ธุรกิจคอสเมติกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น

และประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตเครื่องสำอางที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอยู่ในลำดับที่ 17

ช่วง ไตรมาสแรกของปี 2561 (มกราคม – มีนาคม) มูลค่าตลาดส่งออกของอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อยู่ที่ 671.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 15.12% โดยเพิ่มมาจากกลุ่ม SME และต่อไปนี้คือเทรนด์เครื่องสำอางที่จะเกิดขึ้น

  1. เครื่องสำอางออแกนิก – ผู้บริโภคยุคใหม่รักสุขภาพและเน้นธรรมชาติ 100% จึงนิยมวัตถุดิบธรรมชาติมากกว่าสารเคมี และยังรวมถึงบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดแก้วแทนพลาสติก กล่องสินค้าย่อยสลายได้ ดีทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
  2. นวัตกรรมเทคโนโลยีความงาม – การใช้นวัตกรรมช่วยดึงดูดผู้บริโภคได้ดี เช่น การใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย ควบคุมคุณภาพการผลิต การจัดเก็บ สั่งซื้อและส่งของถึงมือลูกค้า ต้องมีความทันสมัยและเป็นสากล
  3. สมุรไพรไทย Only in Thailand – การสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ไทย คือ การใช้ส่วนผสมที่หาได้จากเมืองไทยเท่านั้น แต่ก็ต้องมีความรู้จากงานวิจัยและวิทยาศาสตร์มาเสริมควบคู่ไปด้วย
  4. IoT Smart Beauty – IoT เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ถ้าสามารถนำนวัตกรรม IoT มาผนวกกับเครื่องสำอางได้ เช่น การใช้เซนเซอร์ผนึกกับผิวหนังเผื่อตรวจวัดค่าแสง UV พร้อมรายงานให้ผู้ใช้ทราบผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ การสร้างแอพพลิเคชั่นเสริมเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อร่างกาย การสแกนใบหน้าเพื่อวัดค่าอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ช่วยสร้างความแตกต่าง จดจำแบรนด์
  5. ตอบโจทย์ทุกเฉดสีผิว – การให้ความสำคัญกบความหลากหลายของผู้บริโภค ต้องเข้าใจทุกปัญหาและความต้องการ เพื่อเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น
  6. Anti-Pollution – ปัญหามลภาวะ โดยเฉพาะคนเมืองหลีกเลี่ยงได้ยาก ไอเสียจากการจราจร ผุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภัยที่ทำร้ายสุขภาพและความสวยงามได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การผลิตเครื่องสำอางเพื่อปกป้องผิวจึงเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้บริโภคจะมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน
  7. กลิ่นหอมสร้างแรงบันดาลใจ – กลิ่นเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจ หลายแบรนด์ดังนำกลิ่นมาเป็นส่วนผสม เช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นขนมหวาน กลิ่นเครื่องดื่ม กลิ่นดอกไม้ เป็นการเข้าถึงความรู้สึกและให้ประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แก้อาการวิตกกังวล ให้ความรู้สึกสดชื่น เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://brandinside.asia

Read more
วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลืองเมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ริ้วรอยต่างๆ มักเกิดตามมาแต่ทั้งนี้หากเป็นไปตามวัยคงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่

6 วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมให้สิ้นเปลือง

แต่ถ้าเมื่อใดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า เช่น ที่บริเวณหน้าผากมาเร็วจนน่าตกใจแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาสูตรการดูแลตนเองแบบง่ายและประหยัดมาช่วยกันบ้างแล้ว

1.ไม่ควรนอนดึก

เป็นอย่างแรกเลยที่ต้องเลิกกระทำ เพราะการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำได้ไม่หมดในค่ำคืนเดียว นานวันเข้าผิวก็จะดูไม่ผ่องใสเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด

2.ดื่มน้ำ

เป็นวิธีง่ายๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวเป็นที่สุด น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน ไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยดังนั้นริ้วรอยบนหน้าผากก็จะหายไปได้ด้วย

3.กินผักและผลไม้มากๆ

ช่วยให้การขับถ่ายดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะผักและผลไม้มีวิตามินที่จำเป็นต่อผิว ช่วยบำรุงผิวอย่างมากมาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ไม่เสื่อมถอยเร็ว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่หามากินไม่ได้แล้ว

4.ใช้ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย

หาครีมดีๆ ที่เหมาะกับใบหน้าสักยี่ห้อหนึ่งที่เหมาะกับผิว เป็นตัวเสริมบำรุงและช่วยลดรอยย่นระหว่างคิ้วได้ ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์นี้จะได้หายไวๆ

5.นวดผิว

ด้วยการใช้นิ้วมือนวดด้วยตนเองเบาๆ โดยเริ่มจากบริเวณเหนือคิ้วไปหาเนินผม จากนั้นนวดคลึงตามรอยย่นระหว่างคิ้วที่เป็นให้ทั่ว ทำตามรอยย่นจนไปถึงบริเวณขมับ ให้ทำทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นการช่วยบริหารผิวหน้าที่ทำให้รอยยับย่นจางลงได้

6.ทาครีมกันแดด

วิธีนี้สำคัญมาก ใครรู้แล้วเริ่มได้ก่อนนับว่าสุดยอดมาก โดยเพราะแดดคือ ตัวการร้ายที่ทำลายผิวโดยตรง ริ้วรอยต่างๆ ทุกจุดบนใบหน้าจะเกิดเพราะแดดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดทุกครั้งไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านหรือไม่ก็ตาม เพราะแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้ แม้ยามที่อยู่ในอาคารก็ด้วยเช่นกัน

วิธีดูแลผิวเพื่อลดริ้วรอยดังกล่าวหากทำได้เป็นประจำผิวและริ้วรอยจะค่อยๆ ตื้นขึ้น หากไม่ใช่ตามวัยที่ร่วงโรยแล้วก็จะจางหายได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยบางอย่าง เช่น ควรทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา ซึ่งแบบนี้สาวๆ บางคนไม่รู้ตัว อาการขมวดคิ้วนี่แหละที่เป็นตัวส่งให้ผิวเกิดรอยซ้ำๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็นริ้วรอยที่ถาวร ลองทำตามดูกันนะคะ รับรองได้ผลอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

Read more
เคล็ดลับ กู้หน้าพัง

เคล็ดลับ กู้หน้าพัง ก่อนและหลังมีประจำเดือน เตรียมรับมือกับเจ้าสิว

เคล็ดลับ กู้หน้าพัง ก่อนและหลังมีประจำเดือน เตรียมรับมือกับเจ้าสิว

เคล็ดลับ กู้หน้าพัง ก่อนและหลังมีประจำเดือน เตรียมรับมือกับเจ้าสิวสำหรับช่วงเวลาวันแดงเดือดของสาวๆ อย่างเรา เป็นอันรู้กันว่านอกจากจะต้องผจญกับอาการปวดเมื่อยตัว อยากอาหารรสจัดๆกันแล้ว

เรายังต้องเตรียมรับมือกับเจ้าสิวที่ชอบมาทักทายในช่วงวันนั้นของเดือนกันอีกด้วย ลองมาดูกันนะคะว่ามีวิธีใดบ้างที่จะปราบเจ้าสิวน้อยให้อยู่หมัด ในช่วงก่อนและหลังการมีประจำเดือนค่ะ

เคล็ดลับ กู้หน้าพัง ก่อนและหลังมีประจำเดือน

ก่อนมีประจำเดือน

1.ดูแลผิวหน้าให้สะอาดเป็นพิเศษ

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เราควรลดตัวกระตุ้นต่างๆที่อาจจะทำให้เกิดสิวได้ ขั้นตอนการทำความสะอาดถือเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา หากไม่จำเป็นก็ยังไม่ควรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ในช่วงนี้นะคะ

และหลังจากทำความสะอาดหน้าเสร็จเรียบร้อยเราควรใช้สำลี หรือทิชชู่สำหรับเช็ดหน้าในการซับน้ำให้หน้าแห้งจากการล้างหน้าแทนการแทนการใช้ผ้าขนหนู สำหรับผู้ที่ไม่ได้แยกระหว่างผ้าเช็ดตัว และเช็ดหน้าค่ะ

2.พอกหน้าแทนการสครับ

หากสาวๆคนไหนอยากจะปรนนิบัติผิวหน้าในช่วงนี้ ขอแนะนำให้ใช้ครีมบำรุงต่างๆที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติในการพอกหน้า แทนการสครับผิวที่อาจเป็นการรบกวนผิวหน้า จนเป็นตัวกระตุ้นหนึ่ง ในการทำให้เกิดสิวในช่วงวันนั้นของเดือนค่ะ

3.กันแดด และร่ม พกไว้ไม่ให้ขาด

ในช่วงก่อนมีประจำเดือน เพื่อนๆอย่าละเลยการป้องกันผิวหน้าจากแสงแดดกันนะคะ เพราะรังสีอัลตราไวโอเลต ทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งที่ก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ง่ายค่ะ

แนะนำให้เพื่อนๆเตรียมดูแลผิวหน้าอย่างดี หากจะเกิดสิวขึ้นในช่วงนี้ ก็มาจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเราตั้งรับโดยการลดความเสี่ยงในการเกิดสิวจากตัวกระตุ้นต่างๆไว้หมดแล้วนั่นเองค่ะ

หลังมีประจำเดือน

ช่วงมีประจำเดือนผ่านพ้นไปแล้ว หากมีสิวเกิดขึ้นมาในช่วงนั้นเราควรงด แกะ เกา หรือสัมผัสโดยตรงกับใบหน้า แต่หันมาเน้นที่การบำรุงฟื้นฟูผิวหน้า กันดีกว่าค่ะ

1.บำรุงผิวขั้นสุด

ก่อนที่เราจะไปบำรุงผิวหน้ากันให้เต็มที่ ในช่วงหลังจากมีประจำเดือนนั้น เราควรดูแลผิวที่อาจเกิดสิวอักเสบขึ้นในช่วงวันนั้นของเดือนให้หาย หรือแห้งก่อน ที่จะทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ในการสครับ ขัด หรือพอกผิวหน้ากันนะคะ หากมีสิวที่ยังไม่หายดี ควรหลีกเลี่ยงการสครับในบริเวณดังกล่าวโดยตรงไปก่อนนะคะ

2.แต่งหน้าตามใจ

ช่วงนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะลอง make up ในแบบต่างๆที่เราชื่นชอบ หรืออาจจะแอบลังเล ไม่กล้าแต่งมากตอนช่วงมีประจำเดือน ถึงเวลาแล้วค่ะที่เพื่อนๆจะลองการแต้มเติมสีสันใหม่ๆเพิ่มความสดชื่นในหัวใจเรา

จบกันไปแล้วนะคะสำหรับการกู้หน้าพังช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน อย่างไรก็ตามเพื่อนๆก็อย่าลืมลองนำไปใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการนอนให้เต็มอิ่มก็ถือเป็นตัวช่วยอมตะที่สาวๆไม่ควรพลาดเลยล่ะคะ เราจะได้มีผิวหน้าที่สวย สดใส จากภายใน ไม่ว่าจะเป็นวันนั้นของเดือนหรือไม่ก็ตาม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

Read more
เซร์คิโอ

เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่า ในวัยเด็กตามเชียร์สโมสร

เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่า ในวัยเด็กตามเชียร์สโมสร ลิเวอร์พูล

เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่า ในวัยเด็กตามเชียร์สโมสร ลิเวอร์พูล และมี ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานหัวหอก “หงส์แดง” เป็นนักเตะขวัญใจของตัวเอง

อเกวโร่ยกตำนานลิเวอร์พูลเป็นไอดอล

ดาวยิงอาร์เจนไตน์ วัย 30 ปี เผยก่อนนำ “เรือใบสีฟ้า” ต้อนรับการมาเยือนของ ฟูแล่ม คืนวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. นี้ว่า “ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมชอบสโมสร ลิเวอร์พูล เนื่องจากผมเล่นให้ อินดิเพนเดียนเต้ และทีมก็ใส่เสื้อสีแดงเหมือนกัน ในเวลานั้นผมได้แรงบันดาลใจจาก ไมเคิ่ล โอเว่น”

ทั้งนี้ อเกวโร่ อยู่กับ แมนฯ ซิตี้ เข้าสู่ฤดูกาลที่ 8 แล้ว และยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยซัดไปแล้ว 204 ประตู จากการลงสนาม 297 เกม

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

Read more
ตัวช่วยลดรอยดำ

ตัวช่วยลดรอยดำ รอยแผลเป็น ขายลายให้หมดไป กลับมาผิวเนียน ไร้รอย

ตัวช่วยลดรอยดำ รอยแผลเป็น ขายลายให้หมดไป กลับมาผิวเนียน ไร้รอย

ตัวช่วยลดรอยดำ รอยแผลเป็น ผิวพรรณของคนเรานั้นบอบบางมากๆ จึงทำให้เกิดรอยแผลเป็น หรือ รอยดำ ได้ง่ายมากๆ แต่สาวๆไม่ต้องกังวลไปนะคะ ใครที่กำลังมีปัญหารอยดำ รอยแผลเป็นอยู่นั้น วันนี้ Gangbeauty ได้รวบรวม ตัวช่วยดีๆที่สามารถช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแผลเป็นให้จางหายไปได้มาฝากกันแล้วค่ะ!!

ว่าแต่ตัวช่วยที่เรานำมาฝากกันนี้จะมีอะไรบ้าง สาวๆคงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาดู แนะนำ ‘ตัวช่วยลดรอยดำ’ รอยแผลเป็น ขายลายให้หมดไป..กลับมาผิวเนียน ไร้รอย!! ไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะสาวๆทุกคนนนน…

1. Bio Oil

ตัวช่วยลดรอยดำ

มาถึงตัวช่วยแรกเป็นน้ำมันบำรุงผิว สามารถช่วยฟื้นฟูรอยแผลเป็น ผิวแตกลาย และ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้กลับมาเรียบเนียนขึ้นได้ นอกจากนั้นยังเหมาะสมสำหรับผิวมีริ้วรอย และ ผิวขาดความชุ่มชื้นอีกด้วยนะคะ

2. Eucerin White Therapy Whitening Body Lotion

ตัวช่วยลดรอยดำ

ตัวช่วยสำหรับคนที่มีรอยดำ รอยคล้ำเยอะๆต้องตัวนี้เลยค่ะ สามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียสะสม ช่วยลดการถูกทำร้ายจากรังสียูวี เติมความชุ่มชื้นให้ผิว เนียนนุ่ม น่าสัมผัส เผยผิวดูขาวกระจ่างใสยาวนาน ไม่กลับหมองคล้ำอีก

3. NIVEA Creme

ตัวช่วยลดรอยดำ

เรียกได้ว่าเป็นครีมในตำนานเลยแหละค่ะ เป็นครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยลดความแห้งกร้านของผิวไม่ว่าจะบริเวณข้อศอก หัวเข่า และ ช่วยป้องกันรอยแตกบนผิวหนัง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวทุกวัย และใช้ได้ทุกวัน

4. Smooth E Perfect Skin Therapie

ตัวช่วยลดรอยดำ

ตัวนี้ขอบอกเลยว่าเป็นโลชั่นที่ช่วยลดรอยได้ดีจริง อีกทั้งยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น เนียนนุ่มขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับขึ้นได้ โดยการนวดบริเวณที่ต้องการเป็นพิเศษ ช่วยลดรอยแตกลาย หรือรอยแผลเป็น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย ซึมลึก และเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ใครที่มีปัญหารอยดำ รอยแผลเป็นตามร่างกาย อย่าปล่อยทิ้งไว้นานนะคะ ถ้ารีบรักษา รีบบำรุง ก็จะสามารถช่วยให้รอยต่างๆลดเลือนลงไปได้ นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวเนียนเรียบ กระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.gangbeauty.com

 …

Read more