เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจ สาวร้านทำเล็บ ผวาโรคจิต ขี่จยย.ป้ายเหลือง ยืนจ้องหน้า-ขัดหนอน พ่นใส่หน้าร้าน
จากกรณีที่มี หญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเตือนภัยย่าน ราม 2 ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า จู่ๆ มีชายโรคจิตเดินมาช่วยตัวเอง จนสำเร็จความใคร่ ที่หน้าร้านของเธอเอง โดยไม่สนสายตาของคนที่ผ่านไปมา จากนั้นชายคนดังกล่าว ได้ขี่รถจยย. ออกไป ตามที่เสนอไปก่อนหน้า

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ร้านทำเล็บแห่งหนึ่ง ย่านราม 2 ผู้สื่อข่าว ‘ข่าวสดออนไลน์’ เดินทางไปพบ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ผู้เสียหายที่โพสต์คลิปเตือนภัยดังกล่าว เพื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยน.ส.ฟ้า กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ของวันที่ 5 ก.พ. ขณะนั้นตนนั่งอยู่ภายในร้าน จู่ๆ มีผู้ชายสวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีดำ ผิวคล้ำ ตัวใหญ่ อายุประมาณ 40 ปี ได้ขับรถจยย. ป้ายสีเหลือง มาจอดที่หน้าร้าน ตนคิดว่าจอดรอคน จึงไม่ได้สนใจอะไร

น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) เผยต่อว่า สักพัก รู้สึกว่าเหมือนมีคนมามองตลอดเวลา จึงได้หันไปมอง ก็ต้องตกใจเมื่อชายคนดังกล่าวกำลังช่วยตัวเองอยู่บนรถจยย. ตนจึงรีบหันหน้าหนีทันที แต่พบว่าชายคนดังกล่าวไม่ยอมหยุด ยังคงช่วยตัวเองต่อ และมองมาที่ตนตลอดเวลา ตนจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป ทันใดนั้นชายคนดังกล่าวก็หยุดและขับรถออกไป ตนจึงคิดว่า ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

น.ส.ฟ้ากล่าวอีกว่า จากนั้นประมาณ 5 นาที ชายคนดังกล่าวได้วนรถกลับมาอีก และเดินมาหน้าร้าน ติดกระจก พร้อมกับได้ช่วยตัวเองอีกครั้ง ตนจึงคิดว่า หากนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายอีก ชายคนดังกล่าวจะหนีไป ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แต่ชายคนดังกล่าวนำเสื้อมาปิดหน้า และยังช่วยตัวเองต่อ พร้อมกับจ้องหน้าตนด้วย ตนตะโกนไล่ก็ไม่ยอมไป ขณะนั้นบริเวณหน้าร้าน ก็รถสัญจรไปมาตลอด และมีคนผ่านไปมาเห็นด้วย แต่ชายคนดังกล่าวทำเหมือนก้มหน้าหาของ ตนก็ได้ส่งสัญญาณให้คนเห็น แต่ไม่มีใครสนใจ ชายคนดังกล่าวยังคงทำพฤติกรรมแบบนั้นประมาณ 5 นาที ก็สำเร็จความใคร่ จากนั้นก็ได้ขับรถจยย.ออกไปจากร้านทันที

น.ส.ฟ้ากล่าวต่อว่า เป็นครั้งแรกที่ตนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าวมาก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทางครอบครัวตกใจและเป็นห่วงมาก จึงได้ถามไถ่กับร้านใกล้เคียง ว่าเคยเกิดพฤติกรรมแบบนี้หรือไม่ ซึ่งร้านเสริมสวยใกล้กัน ก็เปิดเผยว่า เคยเจอชายคนดังกล่าว ทำพฤติกรรมช่วยตัวเองหน้าร้านมาแล้วเช่นกัน จึงคาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนในพื้นที่ และอาจจะเคยมาสังเกตหน้าร้านตนบ่อยๆ เพราะร้านของตนเป็นร้านกระจก มีลูกค้าผู้หญิง เข้าออกตลอดเวลา

น.ส.ฟ้ากล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุ รู้สึกโชคดีมาก ที่ได้ล็อกประตูกระจกที่ร้าน เพราะปกติแล้ว ที่ร้านจะไม่ล็อกประตู เนื่องจากมีลูกค้ามาที่ร้านตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุ ได้เดินเข้าไปเอาของด้านใน จึงล็อกไว้ ซึ่งหากไม่ได้ล็อกกุญแจ ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นได้ ซึ่งหลังจากนี้ทางร้านอาจจะติดกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย และอยากเตือนภัยสังคมว่า หากอยู่บ้านคนเดียว แนะนำให้ล็อกประตู และคอยสังเกตความผิดปกติตลอดเวลา เพราะเหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

“เราไม่ได้จะแจ้งความ เนื่องจากสงสารครอบครัวของชายคนดังกล่าว กลัวว่าจะอับอาย แต่อยากฝากเตือนว่าให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และอย่าไปก่อเหตุแบบนี้กับใครอีก” น.ส.ฟ้ากล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

Read more
หนุ่มถูกแม่จ้างฆ่ารู้ว่าต้องตายสั่งเสียเมียไว้ศพบ้านพ่อ

หนุ่มถูกแม่จ้างฆ่ารู้ว่าต้องตายสั่งเสียเมียไว้ศพบ้านพ่อ

หนุ่มถูกแม่จ้างฆ่ารู้ว่าต้องตายสั่งเสียเมียไว้ศพบ้านพ่อ

หนุ่มถูกแม่จ้างฆ่ารู้ว่าต้องตายสั่งเสียเมียไว้ศพบ้านพ่อ

หนุ่มถูกแม่จ้างฆ่ารู้ว่าต้องตายสั่งเสียเมียไว้ศพบ้านพ่อ

หนุ่มถูกแม่จ้างฆ่าหวังฮุบที่ดิน รู้ตัวตลอดว่าต้องตาย สั่งเสียเมียหากเป็นอะไรไปเอาศพไว้บ้านพ่อ ที่กระบี่ ด้านเมีย-ญาติ ผวาหนักหวั่นถูกตามเก็บ ขณะที่ตำรวจนำตัวแม่-ทีมฆ่าไปฝากขังศาลพร้อมคัดค้านการประกันตัว
เสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 17.25 น.
จากกรณีคนร้ายดักซุ่มยิง นายกนกพล รัตนพันธุ์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 137 หมู่ 8 ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จนเสียชีวิตคาบ้านต่อหน้าภรรยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา โดยสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในครอบครัวเกี่ยวกับที่ดิน  กระทั่งต่อมาวันที่ 30 ม.ค. ศาลจังหวัดตรังได้ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ รวม 6 คน ประกอบด้วย 1.นางกมลฉัตร รัตนตรัง อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของนายกนกพล ตกเป็นผู้ต้องหาในฐานะผู้จ้างวานฆ่า 2.นายณรงค์ สีตอง อายุ 45 ปี มือปืน 3.นายธานินทร์ สรเสนีย์ อายุ 37 ปี มือปืน 4.นายทวีพร มีสุข อายุ 38 ปี 5.น.ส.พัสวีร์ รัตนตรัง อายุ 47 ปี และ 6.นายวรรณะ ธนยาฒย์วงศ์ อายุ 52 ปี เบื้องต้นทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ  ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.น.ส.วิภาวดี  ชัยเพชร ภรรยาของ นายกนกพล กล่าวกับ ”เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า  สาเหตุการที่สามีถูกสังหาร เชื่อว่ามาจากปัญหาที่ดินแน่นอน เพราะวันเกิดเหตุ สามีได้ปรารภเลยว่า ตนเองน่าจะเสียชีวิตในไม่ช้าแน่นอน เพราะรู้มาตลอดเรื่องความขัดแย้งที่ดิน พร้อมกับสั่งว่าถ้าตายก็ให้นำศพไปทำพิธีที่บ้านพ่อใน จ.กระบี่  น.ส.วิภาวดี กล่าวอีกว่า ตอนนี้ตนและญาติๆก็อยู่ในอาการหวาดผวาอย่างหนัก เกรงว่าจะถูกตามฆ่า เมื่อสามีเสียชีวิตทำให้ตอนนี้ชีวิตลำบากมาก เพราะมีลูกสามคนต้องเลี้ยงดู และขาดสามีที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ตัวเองก็เป็นโรคหัวใจ มดลูกอักเสบ ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกโรงพยาบาลตลอด ขาดรายได้ ยิ่งตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของสามี ทำให้อาการป่วยทรุดหนัก เนื่องจากความเครียด ภาพยังติดตา ตอนแรกคนร้ายพยายามยิงตนด้วย แต่ทางสามีตะโกนล่อ สุดท้ายสามีก็โดนยิงเสียชีวิต ขณะที่ความคืบหน้าด้านคดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด ได้คุมตัว นางกมลฉัตร นายทวีพร และ นายวรรณะ ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตรัง พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 3 คน คือ นายธานินทร์ นายณรงค์ และ น.ส.พัสวีร์ ยังสอบปากคำไม่เสร็จ ซึ่งหากสอบปากคำเสร็จสิ้น จะมีการนำตัวฝากขังศาลต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th

Read more