ระวัง

ระวัง ! ซื้อ “ยาถ่ายพยาธิ” มากินเอง เสี่ยง “พยาธิขึ้นสมอง”

ระวัง ใครที่เคยเห็นข่าวว่าเจอพยาธิตัวตืดลำตัวเป็นปล้องๆ ยาวๆ ออกมาพร้อมการขับถ่ายเป็นเส้นยาว โดยอาจมีขนาดยาวเป็นเมตรๆ ก็เริ่มขนลุกว่าเราอาจจะมีพยาธิแบบนี้ในร่างกายของเราเองบ้าง

ระวัง ยิ่งใครที่ชอบทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ก็ยิ่งกลัวเข้าไปกันใหญ่ จึงหายาถ่ายพยาธิมาทานเองเพราะไม่อยากไปหาหมอเพราะเรื่องนี้ แต่อันที่จริงแล้วการซื้อยาถ่ายพยาธิมาทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจทำให้อาการของเราแย่หนักไปกว่าเดิม ถึงขั้นพยาธิขึ้นสมองได้

ระวัง

พยาธิตัวตืด คืออะไร?
พยาธิตัวตือเป็นพยาธิที่พบได้ในเนื้อสัตว์อย่าง หมู และเนื้อวัว ที่สัตว์เหล่านั้นกินอาหารที่มีไข่พยาธิเข้าไปในร่างกาย (ไข่พยาธิก็มาจากมูลของสัตว์ชนิดอื่นอีกที) ไข่ของพยาธิเมื่อเข้าไปอยู่ในท้องก็จะฟักตัวออกมาเป็นพยาธิตัวจิ๋วๆ ก่อน เมื่อพยาธิตัวจิ๋วนี้ชอนไชไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายของสัตว์ จนสามารถหาที่ๆ พอใจที่จะอยู่อาศัยได้แล้ว ก็จะหุ้มตัวเองเอาไว้ในถุง ลักษณะคล้ายเม็ดสาคู เมื่อเราซื้อเนื้อสัตว์ที่มีเจ้าเม็ดสาคูนี้มาทาน โดยเนื้อสัตว์เหล่านั้นไม่ผ่านความร้อนให้ตัวพยาธิตายก่อน เราก็อาจจะได้รับพยาธิเหล่านั้นเข้าไปในร่างกาย แล้วฟักตัวออกมาเป็นพยาธิตัวตืดที่คอยดูดอาหารจากลำไส้ของเรานั่นเอง

พยาธิตัวตืด พบได้ที่ไหน?
เราสามารถพบพยาธิตัวตืดได้ในมูลสัตว์ มูลคนที่มีไข่พยาธิตัวตืด หากมีการใช้มูลสัตว์ มูลคนเหล่านั้นมาผสมเป็นปุ๋ย หรืออยู่ตามพื้นดินที่มีหญ้า แล้วสัตว์อย่างวัว หรือหมูไปทานหญ้า หรืออาหารที่มีการปนเปื้อนมูลสัตว์ จนทำให้ไพยาธิเข้าไปในร่างกายของสัตว์เหล่านั้น แล้วเราก็ทานเนื้อสัตว์เหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายโดยไม่ผ่านความร้อน (ทานสุกๆ ดิบๆ พยาธิยังมีชีวิตอยู่) รวมถึงพืชผักผลไม้ที่ใช้มูลสัตว์ที่มีไข่พยาธิเป็นปุ๋ย แล้วเราไม่ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนทาน เราอาจจะได้รับไข่พยาธิตัวตืดเข้ามาในร่างกายได้

หมายเหตุ การปรุงเนื้อสัตว์ด้วยมะนาว พริก น้ำปลา แอลกอฮอลล์ หรือเครื่องปรุงอื่นๆ ไม่ได้ช่วยฆ่าพยาธิให้ตายได้

พยาธิตัวตืด รักษาอย่างไร?
การจะกำจัดพยาธิตัวตืดออกไปจากร่างกาย ไม่ใช่แค่การซื้อยาถ่ายพยาธิมาทานแล้วมันจะออกมาพร้อมการขับถ่ายจนหมดโล่งท้องสบายใจอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจกัน การรักษาพยาธิตัวตืดต้องใช้ยาเฉพาะสำหรับพยาธิชนิดนี้ โดยตัวยาจะทำลายผิวนอกของพยาธิ และทำให้พยาธิเป็นอัมพาต จากนั้นพยาธิจึงสามารถหลุดออกมาพร้อมอุจจาระของเราได้

อันตราย หากกินยาถ่ายพยาธิเอง
ตามปกติแล้วแพทย์จะให้ยาถ่ายพยาธิกับคนไข้โดยเตรียมปริมาณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว และแนะนำให้กินยาก่อนนอน เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการกินยา เช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน

คนที่มีพยาธิตืดหมู ควรกินยาระหว่างที่ท้องยังว่าง และควรกินยาระบายด้วยเพื่อให้ร่างกายขับดันเอาอุจจาระออกมาพร้อมกับไข่พยาธิ ลดความเสี่ยงในการเกิดการขย้อนของปล้องสุกของพยาธิกลับเข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เป็นโรคถุงพยาธิตัวตืด

หากใครที่พบว่ามีถุงพยาธิตัวตืดในร่างกายตามอวัยวะต่างๆ อาจไม่จำเป็นต้องรักษาหากไม่ได้มีอาการอะไรมากนัก แต่หากมีอาการที่สมอง เช่น ปวดศีรษะมาก หรือมีอาการชัก แพทย์จะพิจารณาให้ยารักษา หรือผ่าตัดตามความเหมาะสม

ดังนั้น การซี้ซั้วะซื้อยาถ่ายพยาธิมาทานเอง นอกจากอาจจะไม่ได้ผลแล้ว อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้มากกว่าเดิม เพราะหากทานยาถ่ายพยาธิเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดการขย้อนกลับกลับเข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้ตัวอ่อนพยาธิจำนวนมหาศาลชอนไชไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมองได้นั่นเอง

ดังนั้นใครที่สงสัยว่าตัวเองอาจมีพยาธิอยู่ในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อยาถ่ายพยาธิมาทานเอง และควรหยุดทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เพราะจะได้ลดความเสี่ยงการเกิดพยาธิในร่างกายตั้งแต่ต้นเหตุ

หมายเหตุ : การทานยาถ่ายพยาธิสามารถขับออกได้เฉพาะพยาธิที่อาศัยอยู่ในลำไส้เท่านั้น ไม่สามารถขับเอาพยาธิที่ชอนไชอยู่ตามอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ เช่น ตามผิวหนัง

กุ้งแช่น้ำปลา ปลาดิบ อาจมีพยาธิอยู่ได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่พยาธิตัวตืด

ขอบคุณแหล่งที่มา        https://www.sanook.com

Read more
แผลในปาก

แผลในปาก อาจไม่ใช่ร้อนใน แต่เป็น “มะเร็งช่องปาก” ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ

แผลในปาก อกจากมะเร็งที่เราได้ยินกันบ่อยๆ อย่างมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ และมะเร็งปอด เชื่อว่าหลายคนน่าจะไม่ค่อยคุ้นหูกับ “มะเร็งช่องปาก” และอาจไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเป็นโรคนี้ได้ยังไง อะไรคือสาเหตุ

แผลในปาก มะเร็งช่องปาก ติด 1 ใน 10 โรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคน

มะเร็งช่องปาก เป็นส่วนหนึ่งของโรคมะเร็งในกลุ่มโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ มีทั้งชนิด สะความัส (Squamous cell carcinoma) หรือ SCC และชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (Adenocarci noma) หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่ชนิดหลังพบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นชนิด SCC

แผลในปาก

มะเร็งช่องปาก พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

มะเร็งช่องปาก มีสาเหตุจากอะไร?

เหมือนโรคมะเร็งอื่นๆ ที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่จะมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้เป็นโรคมะเร็งช่องปากมากขึ้น

1. ดื่มแอลกอฮอลล์

2. สูบบุหรี่

3. เคี้ยวหมากพลู เพราะมีสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่

4. มีแผลที่เกิดจากการระคายเคืองเยื่อเมือกบุช่องปาก ฟันแหลมคม/บิ่น ขูดจนผนังปากเป็นแผล และไม่รับการรักษาจนเป็นแผลมีหนอง แผลเรื้อรัง ซึ่งสุดท้ายอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

5.ติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก โดยติดต่อมาที่ปากผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก

6. มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งบริเวณศีรษะ และลำคอมาก่อน

อาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งช่องปาก

1. พบฝ้าสีขาว หรือสีแดง ในเยื่อบุช่องปาก กระพุ้งแก้ม หรือลิ้น

2. มีแผลในช่องปากที่รักษาไม่หายนาน 2-3 สัปดาห์

3. มีตุ่ม หรือก้อนในช่องปาก และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่มักไม่มีอาการเจ็บใดๆ

4. ฟันโยก ฟันหลุด หรือสวมใส่ฟันปลอมไม่ได้ เป็นเพราะมีก้อนเนื้องอกขึ้นมาบริเวณเหงือก

5. เคี้ยว และกลืนอาหารได้ไม่สะดวก มีความยากลำบากในการเคี้ยว และกลืน

6. พบแผลที่รักษาไม่หาย และมีเลือดไหลออกมาจากแผลอย่างผิดปกติ

7. พบก้อนที่ลำคอ ซึ่งอาจจะเป็นต่อมน้ำเหลืองโตจากมะเร็งลุกลาม แต่มักไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ

แผลในปากอาจไม่ใช่ร้อนใน แต่เป็น “มะเร็งช่องปาก”

วิธีจำแนกว่าเป็นแผลร้อนใน หรือแผลมะเร็งช่องปาก ง่ายๆ คือ แผลร้อนในสามารถหายได้เอง หรือมีอาการดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หรือไม่เกิน 1 อาทิตย์ แผลจะค่อยๆ เจ็บแสบน้อยลง และแห้ง เนื้อประสานกันได้ในที่สุด ยิ่งใช้ยาช่วยจะยิ่งหายเร็วขึ้น

แต่แผลจากมะเร็งช่องปาก จะเป็นแผลที่สดตลอดเวลา ไม่มีทีท่าว่าจะหาย และอาจมีเลือดออกมาในบางครั้ง ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ก็ยังไม่ดีขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

Read more
นอนไม่หลับ

นอนไม่หลับ กับ 8 วิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้หลับสบายขึ้นมารับมือกับอาการนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับ หลายคนคงเคยประสบปัญหาเรียน ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ตกดึกก็อยากจะหลับให้เต็มอิ่มสักหน่อย แต่ไม่รู้ทำไมตอนกลางคืนหนังตากลับตึง ไม่ง่วงหนังตาหย่อนเหมือนตอนเช้าเลยล่ะ

นอนไม่หลับ ขืนเป็นอย่างนี้นานวันเข้าจะเสียการเสียงาน เสียสุขภาพจิตเอานะ ถ้าอยากนอนหลับสบายเหมือนเดิม มารับมือกับอาการนอนไม่หลับกันเถอะ

เมื่อไหร่จึงเรียกว่านอนไม่หลับ ?
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ต้องขออธิบายให้รู้ว่าการนอนไม่หลับนั้นไม่ใช่โรค แต่นับเป็นปัญหาการนอนที่ไม่เพียงพอ ทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น โดยอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่ การทำงาน และความสัมพันธ์ต่อผู้อื่นได้ ซึ่งหลายๆ คนก็อาจมีความรู้สึกเมื่อนอนไม่หลับได้หลายรูปแบบ เช่น นอนหลับยาก ต้องใช้เวลานานถึงจะหลับ , นอนหลับไม่สนิท , นอนหลับๆ ตื่นๆ , นอนเร็วกว่าปกติ , ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น เหมือนไม่ได้หลับ เมื่อเกิดอาการนี้มากๆ เข้า หลายคนก็หมกมุ่นอยู่กับอาการของตนจนไม่เป็นอันทำอะไร

ปัญหาการนอนไม่หลับนั้นแบ่งออกได้เป็นหลายแบบ ขึ้นอยู่กับระยะเวลา ดังนี้ ..

– การนอนไม่หลับแบบชั่วคราว
– การนอนไม่หลับแบบเป็นๆ หายๆ
– การนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง

การนอนไม่หลับส่งผลกระทบอย่างไร ?

– คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง
– อัตราของการขาดงานเพิ่มขึ้น
– ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
– ความสามารถในการดำเนินชีวิตลดลง
– อาจเกิดประสบอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งมีรายงานว่า หากขับรถ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 2.5 เท่า
– มีการใช้บริการทางแพทย์สูงขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เฉื่อยชา รู้สึกไม่สดชื่น หงุดหงิด ขาดสมาธิ เป็นต้น
– การนอนไม่หลับ ในผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคทางจิตเวช มีรายงานพบว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นซ้ำอีก รวมถึงเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าด้วย

สาเหตุของการนอนไม่หลับ

1. สาเหตุของการนอนไม่หลับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจ (Psychologic Causes of Insomnia) จากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับส่วนใหญ่มักเกิดจากอาการที่ส่งผลกระทบต่อเรื่องของจิตใจ อาทิ โรคเครียด โรคซึมเศร้า โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้ถึงร้อยละ 70 จะมีอาการนอนไม่กลับเป็นอาการหลักๆ

2. สาเหตุของการนอนไม่หลับที่มีปัจจัยที่เข้าไปกระตุ้นให้เกิดการนอนไม่หลับ (Precipitating Factors of Transient Insomnia) ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว อาทิ

Adjustment Sleep Disorder เป็นภาวะนอนไม่หลับที่เกิดจากสิ่งกระตุ้นที่เพิ่งเกิด เช่น ผลจากความเครียด , การเจ็บป่วย , การผ่าตัด , การสูญเสียของรัก , เรื่องงาน ซึ่งเมื่อใดที่สิ่งกระตุ้นเหล่านี้หาย อาการนอนไม่หลับจะกลับสู่สภาวะปกติ
Jet Lag มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เดินทางบินข้ามเขตเวลา ทำให้ร่างกายต้องเปลี่ยนเวลานอนจนปรับตัวไม่ทัน เป็นเหตุให้นอนหลับยาก
Working Conditions เป็นผลมาจากการที่ต้องเข้างานเป็นกะ ทำให้นาฬิกาชีวิตเสียไป จนทำให้ต้องนอนไม่เป็นเวลา
Medications อาการนอนไม่หลับที่เกิดจากการใช้ยา หรือเครื่องดื่ม เช่น ยาลดน้ำมูก , กาแฟ

3. สาเหตุของการนอนไม่หลับที่เกิดจากโรค (Medical and Physical Conditions) ซึ่งบางโรคก็เป็นเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ อาทิ

– โรคบางโรคเมื่อขณะเกิดจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับ เช่น โรคหอบหืด , โรคหัวใจวาย , โรคภูมิแพ้ , โรคสมองเสื่อม , โรคพาร์คินสัน , โรคคอพอกเป็นพิษ
– ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน Progesteron เมื่อฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้นก็จะทำให้ง่วงนอนในช่วงไข่ตก แต่ในช่วงที่ประจำเดือนใกล้มาจะมีฮอร์โมนน้อย อาจทำให้มีอาการนอนไม่หลับ อีกทั้งเมื่อคุณสาวๆ กำลังตั้งครรภ์ในระยะแรกๆ และระยะใกล้คลอดก็จะมีอาการนอนไม่หลับเช่นกัน เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงช่วงแรกของผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยทอง ก็จะมีอาการนอนไม่หลับเช่นกัน
– การเปลี่ยนเวลานอน Delayed Sleep-Phase Syndrome ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ อาทิ เมื่อถึงเวลานอนแต่ไม่ได้นอน ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

4. สาเหตุของการนอนไม่หลับที่เป็นปัจจัยเสริม (Perpetuating Factors) มีหลายภาวะที่เสริมส่งให้การนอนไม่หลับเกิดได้ง่ายมากขึ้น

–  Psychophysiological Insomnia เกิดจากการนอนก่อนเวลาทำให้นอนไม่หลับ เรียกว่า Advanced sleep phase Syndrome ทำให้คนๆ นั้นพยายามที่จะต้องนอนให้หลับ กระสับกระส่าย …

Read more