จับแล้วมือฆ่าโหดพยาบาล

จับแล้วมือฆ่าโหดพยาบาล

จับแล้วมือฆ่าโหดพยาบาล

จับแล้วมือฆ่าโหดพยาบาล

จับแล้วมือฆ่าโหดพยาบาล จากกรณีพบศพนางศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์​ อายุ 49 ปี ​พยาบาลประจำโรงพยาบาล​ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอและใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอกจำนวนหลายแห่ง ทิ้งศพไว้ในรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญฉ 5426 ซึ่งเป็นรถของตัวเอง ถูกจอดไว้ในซอย ตรงข้ามกับโรงพยาบาลภาชี

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่พบรถจอดอยู่ พบว่ารถผู้ตายมาจอดช่วงเวลาประมาณตี 1 ก่อนที่จะมีผู้ชายสวมเสื้อสีขาว นุ่งกางเกงขายาวเดินลงมาจากรถ และเดินหลบหนีออกไปทางถนน เหตุเกิดวันที่ 10 มี.ค.62 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 ยืนยันว่า ขณะนี้ได้รับการรายงานจากชุดสืบสวนว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ชื่อนายอั๋น ฟักศิริ เป็นอดีตเจ้าหน้าที่เวรเปลโรงพยาบาลภาชี โดยจับกุมได้ในพื้นที่ พื้นที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รอยต่อจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ เพื่อหาอาวุธที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ รวมถึงทรัพย์สินของผู้ตายที่หายไป และจุดที่ก่อเหตุสังหาร เพราะคาดว่าผู้ต้องหาก่อเหตุจากจุดอื่นแล้วนำศพมาทิ้งอำพราง

ส่วนประเด็นผู้ร่วมก่อเหตุ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำในชัดเจน รวมถึงประเด็นแฟนสาวนายอั๋น ที่มีข้อมูลว่าหายตัวไป ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อนำตัวมาสอบปากคำ

สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ จากการสอบปากช่วงแรกยังไม่ชัดเจน ซึ่งผู้ต้องหา รับสารภาพเพียงว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุต้องรอสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อความชัดเจน ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
พบชายต้องสงสัยฆ่าโหดพยาบาล

พบชายต้องสงสัยฆ่าโหดพยาบาล

พบชายต้องสงสัยฆ่าโหดพยาบาล

พบชายต้องสงสัยฆ่าโหดพยาบาล

พบชายต้องสงสัยฆ่าโหดพยาบาล

จากกรณีพบศพนางศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์​ อายุ 49 ปี ​พยาบาลประจำโรงพยาบาล​ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอและใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอกจำนวนหลายแห่ง ทิ้งศพไว้ในรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญฉ5426 ซึ่งเป็นรถของตัวเอง ถูกจอดไว้ในซอย ตรงข้ามกับโรงพยาบาลภาชี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่พบรถจอดอยู่ พบว่ารถผู้ตายมาจอดช่วงเวลาประมาณตี 1 ก่อนที่จะมีผู้ชายสวมเสื้อสีขาว นุ่งกางเกงขายาวเดินลงมาจากรถ เมื่อสังเกตที่มือชายต้องสงสัย คล้ายถือผ้า 1 ผืน กำลังเช็ดมือ และเดินมาทางหน้ารถ ก่อนที่จะใช้มือเช็คประตูรถฝั่งด้านหน้าซ้าย ว่าล็อครถเรียบร้อยหรือไม่ จากนั้นชายต้องสงสัยได้เดินหลบหนีออกไปทางถนน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นการสังหารไว้ 3 ประเด็นคือ ชู้สาว ชิงทรัพยและหนี้สิน พร้อมสั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคนร้ายและหาข่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
ขับรถบ้านตระเวนเที่ยวรอบโลกซึ้งน้ำใจคนไทย

ขับรถบ้านตระเวนเที่ยวรอบโลกซึ้งน้ำใจคนไทย

ขับรถบ้านตระเวนเที่ยวรอบโลกซึ้งน้ำใจคนไทย

ขับรถบ้านตระเวนเที่ยวรอบโลกซึ้งน้ำใจคนไทย

ขับรถบ้านตระเวนเที่ยวรอบโลกซึ้งน้ำใจคนไทย 4 นักท่องเทียวพ่อแม่ลูกชาวอาร์เจนตินาขับรถเที่ยวรอบโลก มาถึงไทยรถเกิดเสียที่อยุธยา และเกิดความประทับใจคนไทยช่วยซ่อมให้ฟรี บอกคนไทยน่ารัก ยิ้มสยามน้ำใจงามดีกว่าทุกประเทศที่เที่ยวชม

อาสาสมัครกู้ภัยอยุธยาได้นำเครื่่องมืออุปกรณ์การซ่อมรถมาช่วยกันซ่อมรถบ้านของครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอาร์เจนตินา 4 คน ที่พากันขับรถบ้านตะเวนเที่ยวรอบโลกจนมาถึงประเทศไทย แล้วรถเกิดเสียที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถนนอู่ทอง ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จนทราบว่ารถเสียเพราะเพลาขับล้อหน้าด้านขวาหักไม่สามารถเดินทางต่อได้จากนั้นจึงให้รถยกมาลากไปเปลี่ยนอะไหล่

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้นักท่องเที่ยวชาวอาร์เจนตินา มีนายเอนั่น โรเบริดอายุ 45 ปี และนางเปาร่า อายุ 36 ปี สองสามีภรรยา พร้อมด้วยลูกสาววัย 5 ขวบ และ 3 ขวบ รู้สึกซาบซึ่งใจเป็นอย่างมากที่คนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือ ไม่เรียกร้องเงินทองค่าใช้จ่าย แถมยังส่งยิ้มทักทายเป็นกันเอง แม้สื่อภาษากันไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังช่วยเหลือดูแลช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่

สำหรับนายเอนั่น และครอบครัวเป็นนักเดินทางรอบโลกมีจุดมุ่งหมายเพื่อหาประสบการณ์ โดยการขับรถบ้านตะเวนเที่ยวให้รอบโลกในระยะเวลา 3 ปี ขณะนี้เดินทางผ่านมาแล้ว 18 ประเทศ ออกจากบ้านเกิดประเทศอาร์เจนตินาเมื่อเดือนมีนาคม 2560 และเมื่อเดินทางผ่านประเทศไหนจะนำธงประเทศนั้นติดไว้ข้างรถ เพื่อแสดงเป็นสัญลักษณ์การเดินทางผ่านมาถึง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
ตาบอด3เดือนคดีไม่คืบ

ตาบอด3เดือนคดีไม่คืบ

ตาบอด3เดือนคดีไม่คืบ

ตาบอด3เดือนคดีไม่คืบ

ตาบอด3เดือนคดีไม่คืบ   นร.หญิง โพสต์ขอความเป็นธรรมให้เพื่อน หลังถูกวัยรุ่นที่ไม่เคยรู้จักกัน ฟันเข้าที่ดวงตา ขณะกำลังขี่จักรยานยนต์ จนตาบอด ผ่านมาเกือบ 3 เดือนคดีไม่คืบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ขณะกำลังขี่รถกลับบ้าน บน ถ.เส้นสุขุมวิท เลยหน้าอิมพีเรียลสำโรงไป มีวัยรุ่น 2 คน ขี่ เวฟ110 สีส้ม มาตีคู่ และใช้มีดออกมาฟันเข้าที่ดวงตาของคนขับ ก่อนหลบหนีไป แจ้งความไว้แล้ว ที่ สภ.สำโรงเหนือ ผ่านเกือบ 3 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า เพื่อนก็ต้องมาตาบอด วอนสังคมช่วยกันแชร์ให้ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และโพสต์นี้ถูกแชร์ไปเป็นจำนวนมาก แต่ละคนต่างเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามตัวผู้กระผิดมาดำเนินคดีให้ได้

หนึ่งในคอมเมนต์เหล่านั้น เขาระบุว่า เป็นครูของผู้บาดเจ็บ และติดตามคดีนี้อยู่ พร้อมพาเด็กผู้ซ้อนรถ ไปพบร้อยเวรประจำคดีเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แต่คดีก็ยังไม่คืบ ขอเป็นกำลังใจให้นักเรียน และตำรวจได้ตามตัวผู้ร้ายได้โดยไว

ด้านแม่ของ น้องเจ ก็เผยกับทีมงานว่า น้องต้องเสียดวงตาไป 1 ข้าง อีกทั้งยังต้องดรอปเรียนเอาไว้ เพราะต้องไปทำใส่ลูกตาเทียม สภาพจิตในน้องตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว อยากวอนให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้ ผู้กระทำผิดควรได้รับการลงโทษ จะได้ไม่กระทำกับคนอื่นอีก

ส่วนตำรวจเจ้าของคดี เผยกับทีมงานว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ข้อมูลทางคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว พบว่ากล้องเสีย จึงไม่พบหลักฐานทางคดีมากนัก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
กะเทยแสบขายภาพลามกนักเรียนชาย

กะเทยแสบขายภาพลามกนักเรียนชาย

กะเทยแสบขายภาพลามกนักเรียนชาย

กะเทยแสบขายภาพลามกนักเรียนชาย

กะเทยแสบขายภาพลามกนักเรียนชาย

พ.ต.ต.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับตัว นายภูมระพี หรือพี นาควิจิตร อายุ 20 ปี หลังสืบทราบว่า มีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ชื่อ “บาร์บีน่าลั้ลลา” นำภาพและคลิปลามกเด็กชายเผยแพร่ และมีการเก็บเงิน

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อ โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ “บาร์บีน่าลั้ลลา” ได้แจ้งราคาภาพและวีดีโอลามกเด็ก 2 คน ในราคา 300 บาท พร้อมทั้งแจ้งให้ชำระค่าใช้จ่าย หลังจากชำระเงินตามเงื่อนไขแล้ว ได้รับลิงค์ที่อยู่ จำนวน 2 รายการ เพื่อกดรับรูปภาพและวีดีโอลามกเด็กชาย จากผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ “บาร์บีน่าลั้ลลา” ที่เก็บไว้ใน Google ไดร์ฟ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงนำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายภูมระพี เลขที่ 156/4 หมู่ที่ 1 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง ตรวจสอบภายในโทรศัพท์ พบภาพลามกและวีดีโอลามกของเด็กชาย อยู่จำนวน มาก จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เผยแพร่,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้,ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อความประสงค์แห่งการค้า”

นายภูมิระพี ให้การรับสารภาพ และยอมรับว่านำภาพและคลิปวีดีโอลามกเด็กผู้ชาย มาจากเพื่อนในเฟซบุ๊ก ที่มีรสนิยมแบบเดียวกัน โดยจะเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนหน้าตาดี ก่อนจะใช้วิธีถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอลามก และนำมาแลกกันจากนั้นได้เก็บไฟล์ภาพทั้งหมดไว้ใน google ไดร์ฟ และเก็บบางส่วนไว้ในโทรศัพท์มือถือ และนำภาพไปขายให้กับลูกค้า ผ่านทางทวิตเตอร์ ชื่อบัญชีว่า “บาร์บีน่าลั้ลลา” ในราคารายละ 150-450 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

 …

Read more
ศาลตัดสินจำคุกครูจอมทรัพย์

ศาลตัดสินจำคุกครูจอมทรัพย์

ศาลตัดสินจำคุกครูจอมทรัพย์

ศาลตัดสินจำคุกครูจอมทรัพย์

ศาลตัดสินจำคุกครูจอมทรัพย์

เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดนครพนมอ่านคำพิพากษาในคดี ที่พนักงานอัยการจังหวัดนครพนมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ อายุ 57 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร จำเลยในคดีอาญาเลขที่ 295/61 ข้อหาซ่องโจร เบิกความเท็จ และแจ้งความอันเป็นเท็จ หลังร่วมกับพวก คือ นายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง , นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ , นางทองเรศ วงศ์ศรีชา, นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีนางจอมทรัพย์ , นายเสน่ห์ สุพรรณ , นางรจนา จันทรัตน์ และ น.ส.วาสนา เพ็ชรทองคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก นางจอมทรัพย์ ตกเป็นจำเลยในคดีขับรถชนคนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 ที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ศาลฎีกาพิพากษา เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2556 ตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2558 ได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากเรือนจำกลางนครพนม รวมถูกจำคุก 1 ปี 6 เดือน หลังพ้นโทษได้ร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ช่วยรื้อฟื้นคดีใหม่ โดยอ้างว่าตกเป็นแพะโดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน โจทก์จำเลยนำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า ครูจอมทรัพย์มีความผิดจริง ลงโทษจำคุก 8 ปี นอกจากนี้ให้จำคุกนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิทนางจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมจ้างพยานเท็จ เป็นเวลา 7 ปี 9 เดือน , จำคุกนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ เป็นเวลา 2 ปี 19 เดือน , นางทองเรศ วงศ์ศรีชา ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่เคยออกมายืนยันว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้ขับรถชนคนตาย ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน และให้จำคุกนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีนางจอมทรัพย์เป็นเวลา 2 เดือน , ส่วนนางวาสนา เพ็ชรทอง หลานสาว และนางรจนา จันทรัตน์ เพื่อนของนางจอมทรัพย์ ศาลให้ยกฟ้องด้านนายประทีป นวลเศรษฐ ทนายความ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท ยื่นขอประกันตัว นางจอมทรัพย์ , นายสุริยา และ นายนิรันดร์ เพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ส่วนนางทัศนีย์ และนางทองเรศ นั้นทนายความไม่ได้เดินทางมาศาล จึงถูกนำตัวเข้าห้องควบคุมรอญาติมาประกันตัวต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
ทหารพรานปะทะกลุ่มคนร้ายรู้แล้วเป็นกลุ่มของใคร

ทหารพรานปะทะกลุ่มคนร้ายรู้แล้วเป็นกลุ่มของใคร

ทหารพรานปะทะกลุ่มคนร้ายรู้แล้วเป็นกลุ่มของใคร

ทหารพรานปะทะกลุ่มคนร้ายรู้แล้วเป็นกลุ่มของใคร

ทหารพรานปะทะกลุ่มคนร้ายรู้แล้วเป็นกลุ่มของใคร

จากการกดดันไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ ที่หลบหนีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 46 บนเชิงเขาบ้านลาโล๊ะ ม.5 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังจากเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญ นายมาหะมะ บูละ เสียชีวิต 1 ศพ และตรวจยึดอาวุธปืน M16 อุปกรณ์ประกอบระเบิด ที่พักและอุปกรณ์ยังชีพหลายรายการ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 62 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด จากการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 45, 46 และเจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 11 จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ ที่ได้ร่วมสนธิกำลังกดดันลาดตระเวนไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บบนเทือกเขาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เมื่อถึงบริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้านจือกอ ม.7 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ซึ่งห่างจากจุดปะทะเมื่อวานนี้ประมาณ 10 กม. เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนร้ายหลบหนีไปอาศัยอยู่ที่พักชั่วคราว และเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเป็นเวลานานกว่า 30 นาที แต่กลุ่มคนร้ายสามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้อีกครั้ง โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นกลุ่มของ นายอิสมะแอ มะหนุ๊ ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ i99bet

ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เพิ่มเติมอีกจำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย ที่พักชั่วคราว 2 หลัง ซึ่งใช้ผ้าใบลายพรางทหารทำเป็นที่มุงหลังคา เปลสนาม อาวุธปืนพก กระเป๋าเป้สะพาย อุปกรณ์ประกอบอาหาร ข้าวสาร พร้อมเสบียงอาหารจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาทำการตรวจสอบตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้ง 3 ชุดปฏิบัติการ ได้กระจายกำลังกันติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายหลบหนีต่อไปแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

Read more
นักศึกษาสาวซิ่งเก๋งชนต้นไม้พุ่งตกคูน้ำ

นักศึกษาสาวซิ่งเก๋งชนต้นไม้พุ่งตกคูน้ำ

นักศึกษาสาวซิ่งเก๋งชนต้นไม้พุ่งตกคูน้ำ

นักศึกษาสาวซิ่งเก๋งชนต้นไม้พุ่งตกคูน้ำ

นักศึกษาสาวซิ่งเก๋งชนต้นไม้พุ่งตกคูน้ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์เวร รพ.ลำปาง เดินทางไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ มีรถยนต์พุ่งตกลงคูน้ำแล้วพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ริมถนนไฮเวย์สาย ลำปาง-งาว ชาเข้าเมืองลำปาง เลยปากทางเข้า วัดม่อนเขาแก้ว ขาเข้าเมืองลำปาง ตำบลพิชัย เมืองลำปางมาเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งสีดำ สภาพรถพังยับ ตัวรถเก๋งพุ่งตกลงไปในคูน้ำ สภาพพลิกคว่ำหงายท้องลอยชี้ฟ้า ตรวจสอบภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นหญิงทั้งหมด 3 ราย นำส่งโรงพยาบาลลำปางทันที และในรถยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย ศพคาอยู่บริเวณหลังพวงมาลัยและที่เบาะด้านหน้า เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างนำศพออกมาจากรถ

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า พบเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับอยู่ด้านหน้ารถตนเอง มาด้วยความเร็วสูง ประมาณ 110 กม. อยู่ดีก็เสียหลักพุ่งไปชนต้นไม้ 2 ต้นแล้วรถพลิกคว่ำเสียหลักพุ่งลงคูน้ำ จากนั้นตนเองจึงจอดรถและพยายามจะช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด และตนเองจึงรีบกดโทร 191 แจ้งเหตุดังกล่าว ไม่นานนักเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยเหลือ คนเจ็บ 3 คน ที่รอดตาย ออกมาได้อย่างปลอดภัย ทราบว่าหญิงสาวทั้งหมด 5 ราย ที่มีทั้งคนเจ็บและตาย เป็นนักศึกษาวิทยาลัย ชั้น ปวส.แห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง ไปกินเลี้ยงฉลองกันมา

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายที่เป็นคนขับรถคือ นางสาว ชไมพร นั้น ขับรถเก๋งคันดังกล่าว หลังจากไปกินเลี้ยงฉลองกัน และไปส่งเพื่อนที่หมู่บ้านประตูม้า อ.เมือง จ.ลำปาง แล้วขากลับได้ขับรถพาเพื่อนสาวทั้งหมดในรถ รวม 5 คน มาตามถนน สายลำปาง-งาว จะเดินทางกลับหอพัก ปรากฏว่าช่วงที่ขับรถมาอยู่ดีๆ รถก็เกิดเสียหลักพุ่งไปชนต้นไม้ 2 ต้น และพลิกคว่ำตกไปในคูน้ำริมถนน อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

Read more
รวบโชเฟอร์รถตู้ส่งคลิปเสียงขู่

รวบโชเฟอร์รถตู้ส่งคลิปเสียงขู่ รวบโชเฟอร์รถตู้กร่าง ส่งคลิปเสียงขู่’จะส่งคนไปฉุดเข้าป่า’หลัง นศ.โพสต์ประจานพฤติกรรม เจ้าตัวสารภาพทำเพราะความโมโห

รวบโชเฟอร์รถตู้ส่งคลิปเสียงขู่

รวบโชเฟอร์รถตู้ส่งคลิปเสียงขู่

รวบโชเฟอร์รถตู้ส่งคลิปเสียงขู่ รวบโชเฟอร์รถตู้กร่าง ส่งคลิปเสียงขู่’จะส่งคนไปฉุดเข้าป่า’หลัง นศ.โพสต์ประจานพฤติกรรม เจ้าตัวสารภาพทำเพราะความโมโห

วันที่ 27 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Jittranuch tho-udtha’ โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก ระบุถึงพฤติกรรมของคนขับรถตู้โดยสารสายอุดรธานี-หนองคายคนหนึ่ง หลังขึ้นจาก ม.ขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย มุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี โดยระหว่างทางคนขับได้ขับรถเร็ว หวาดเสียว ปาดไปมา และบีบแตรใส่รถคันอื่นตลอดทาง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

จากนั้น วันที่ 1 มี.ค. ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ ‘ณัชพล นาคา’ เพื่อนรุ่นพี่ของเจ้าของโพสต์ ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวต่อ ระบุถึงพฤติกรรมของคนขับรถตู้ว่า ทำผิดแล้วยังไม่สำนึก ยังจะมาข่มขู่อีก พร้อมโพสต์คลิปเสียงที่คนขับรถตู้ส่งมาข่มขู่เจ้าของโพสต์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย บอกว่าจะส่งคนไปฉุดเข้าป่า และจะแจ้งความผู้โพสต์ด้วย

ด้านนางสาวจิตรานุช โทอุดทา อายุ 20 ปี เจ้าของโพสต์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ว่า ตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ม.ขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 27 ก.พ. ตนขึ้นรถตู้จากหน้ามหาวิทยาลัย เพื่อมุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี พร้อมกับนักศึกษาร่วมสถาบันจำนวน 7 คน ระหว่างทางคนขับขับรถเร็วมาก ปาดซ้ายปาดขวา บีบแตรใส่รถคันอื่นตลอดทาง ทั้งยังเบียดรถจักรยานยนต์จนเกือบตกไหล่ทาง ผู้โดยสารทุกคนต่างหวาดกลัว แต่ไม่มีใครกล้าบอกคนขับ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย ตนจึงนำเรื่องราวโพสต์ลงเฟซบุ๊ก จนมีคนแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว โดยมีคนเข้ามาคอมเม้นต์ว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับรถตู้โดยสารสายนี้เป็นจำนวนมาก

จากนั้น เวลา 14.30 น. คนขับรถตู้คันดังกล่าวได้ส่งคลิปเสียงมาข่มขู่ตนทางข้อความเฟซบุ๊ก ระหว่างนั้นบริษัทเจ้าของรถ ได้ติดต่อมาสอบถามข้อเท็จจริง และขอให้ตนลบโพสต์ดังกล่าว โดยแจ้งว่าตรวจสอบ GPS แล้ว พบว่าคนขับไม่ได้ขับเร็ว ตนจึงส่งคลิปเสียงที่ถูกข่มขู่ไปให้

ต่อมาบริษัทเจ้าของรถแจ้งว่า คนขับรถยอมรับว่าถอด GPS ออก และข่มขู่เพราะอารมณ์ชั่ววูบ โดยทางบริษัทได้สั่งพักงานคนขับแล้ว และจะพาคนขับมาขอโทษด้วยตัวเอง

กรมการขนส่งหนองคายแจ้งว่า ได้สั่งลงโทษคนขับโดยการปรับเป็นเงิน 5,000 บาท พร้อมยึดใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 15 วัน และส่งตัวไปอบรม 1 ชั่วโมง ส่วนบริษัทเจ้าของรถ ได้ทำการปรับเป็นเงิน 5,000 บาท i99bet

ส่วนทางคดีอาญา ขณะนี้ตนติดธุระที่กรุงเทพฯ หากกลับ จ.หนองคาย เมื่อใด จะเดินทางไปแจ้งความทันที และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

Read more
แม่ร้องปวีณาช่วยตามหาลูก

แม่ร้องปวีณาช่วยตามหาลูก หายไปกับชายแต่งกายคล้ายพระ หวั่นพาหลอกไปเรี่ยไรเงิน

แม่ร้องปวีณาช่วยตามหาลูก

แม่ร้องปวีณาช่วยตามหาลูก

แม่ร้องปวีณาช่วยตามหาลูก  แม่ร้องมูลนิธิปวีณาว่า ด.ช.ศุภชัยดิ์ ศรีรักษา หรือ น้องที ลูกชาย อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้หายตัวไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยสงสัยว่ามีเด็กชายวัย 10 กว่าขวบที่เคยรู้จักซึ่งมากับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์รูปชักชวนไป เกรงว่าจะเป็นแก๊งหลอกเด็ก หลังเกิดเหตุตนได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง แล้วเมื่อวันอังคารที่ 26 ก.พ. แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงอยากขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามลูกชายให้ด้วย

แม่บอกว่าวันดังกล่าว ช่วงเย็นแล้วยังไม่เห็นลูกกลับมา จึงได้ออกตามหาแต่ไม่พบตัว ไปดูตามบ้านเพื่อนก็ไม่มีใครรู้ ตนพยายามโทรหาลูกหลายครั้งแต่ก็ถูกตัดสายทิ้ง ต่อมาก็ติดต่อไม่ได้แล้วเหมือนจะปิดเครื่องไปหรือไม่ก็ แบตเตอรี่หมด ซึ่งพี่ชายของน้องทีเองก็เห็นน้องครั้งสุดท้าย ตอนออกจากบ้านไปยืนคุยกับเด็กอีกคนและชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์อยู่ ที่บริเวณปากซอยบ้าน

ต่อมาคนขายลอตเตอรี่ที่ตั้งแผงขายอยู่หลังซอย ร.ร.เจริญรัตน์ เล่าว่า วันนั้นเห็นน้องทีคุยเล่นอยู่กับเด็ก ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 10 กว่าขวบ ที่มากับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์หนุ่มรูปหนึ่งไม่นาน จากนั้นทั้ง 3 คน ได้พากันเดินออกไปถนนใหญ่ก่อนจะพากันหายตัวไป ทั้งนี้มีคนสอบถามกับชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ว่ามาจากไหน ก็ได้รับคำตอบว่ามาจาก จ.สุพรรณบุรี

ส่วนเด็กชาย 10 กว่าขวบนั้น เคยอาศัยอยู่ย่านนี้และเป็นเพื่อนกับน้องทีมาก่อน แต่ตอนหลังได้หนีออกจากบ้านไปและไม่มีใครเห็นอีกเลย กระทั่งมาเกิดเรื่องดังกล่าวตนได้ไปสอบถามกับพ่อแม่เด็ก 10 กว่าขวบ ก็ให้คำตอบว่าไม่รู้เรื่องเพราะลูกชายหายไปเกือบปีแล้วและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ตนเป็นห่วงลูกมากกลัวจะเป็นแก๊งมิฉาชีพมาหลอกและพาไปในทางที่ผิดเสียอนาคต และช่วงนี้ทางโรงเรียนก็ใกล้จะสอบแล้ว

ทางด้าน ตร. กล่าวว่าจากการตรวจสอบทราบว่า เด็กชายอายุ 10 กว่าขวบที่มาชักชวนน้องทีไปด้วยนั้นชื่อ เด็กชายแตงโม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลักษณะโกนหัวโล้น เคยอาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน แต่ได้หนีหายออกจากบ้านไปประมาณ 2 ปีแล้ว ซึ่งแม่กับพ่อเลี้ยงเคยตามกลับมาบ้านแต่ก็หนีออกไปอีก โดยคาดว่าไปอยู่กับชายที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ทราบชื่อภายหลัง นายแม็กซ์ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ขณะที่ น้องที เด็กชายแตงโม และพระสงฆ์คุยกันก่อนจะหายตัวไปนั้น ยืนยันว่าเด็กชายแตงโมสวมเสื้อผ้าเหมือนเด็กปกติทั่วไปและศีรษะโล้น แต่หลังจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ห่างออกไปเห็นเด็กชายแตงโมสวมจีวรเป็นเณรเดินคู่กับพระและมีน้องทีเดินตามไป จึงตั้งข้อสงสัยว่าพระสงฆ์ หรือนายแม็กซ์อาจจะเป็นแก็งหลอกนำเด็กชายปลอมเป็นเณรพาออกเรี่ยไรเงินก็เป็นได้ i99bet

ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงน้องที จึงขอให้ประชาชนที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส มาที่สน.บางบัวทอง หรือแจ้งมาที่ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หรือ ทางเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

Read more