โศกนาฏกรรมตายหมู่

โศกนาฏกรรมตายหมู่ ! หกล้อเบรกแตกไถลลงเขาอัดกระบะวิ่งสวนเลน

โศกนาฏกรรมตายหมู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกลาง ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ 6 ล้อรับเหมาการไฟฟ้า ชนกับรถยนต์กระบะ

โศกนาฏกรรมตายหมู่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 8 ราย บาดเจ็บอีก 9 ราย เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงระหว่างถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 375-376 หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บริเวณโค้งที่ 2 จากสะพานห้วยตอง

โศกนาฏกรรมตายหมู่
จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสัก พร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เขตหล่มสัก อาสามูลนิธิสว่างมงคลศรัทธาธรรมสถาน ร่วมอำนวยความสะดวก และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีส้ม ทะเบียน 82-3634 ศรีสะเกษ พลิกตะแคง กีดขวางการจราจรจำนวน 2 ช่องการจราจร สามารถใช้สัญจรได้ 1 ช่องทาง

มีนายวีรศักดิ์ อายุ 48 ปี ภูมิลำเนา ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของบริษัทรับเหมามีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งขนคนงาน จำนวน 13 คน เสียหลักพลิกคว่ำทับรถยนต์กระบะ โตโยต้าวีโว่ สีดำ ทะเบียน บห 6143 เพชรบูรณ์ ที่วิ่งสวนทางมา จนสภาพรถกระบะพังเสียหายทั้งคัน และมีผู้เสียชีวิตติดคาภายในซากรถยนต์กระบะ

จากการสอบถาม นายอภิชาติ อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งนั่งมากับรถ 6 ล้อ คันดังกล่าว ทราบว่า พวกตนทำงานเป็นคนงานรับเหมาของ บริษัทรับเหมาแห่งหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อจะไปทำงานรับเหมาติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงทางลาดลงเขา รถที่นั่งมาเกิดควบคุมความเร็วไม่ได้และเกิดส่ายไปมา สาเหตุน่าจะเกิดจากเบรกแตก จึงเสียหลักพลิกตะแคง ไปทับรถยนต์กระบะ ที่วิ่งสวนทางมา จนเป็นเหตุให้มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้น่าจะเกิดจากการขับรถไม่ชินเส้นทาง ประมาท หรือ เบรกรถเกิดมีปัญหา ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com…

Read more
พ้นโทษคดีฆ่าพ่อ

พ้นโทษคดีฆ่าพ่อ ออกมาข่มขืนแม่ ชาวบ้านผวาเป็นเหยื่อ ขโมยปืนแล้วหนี

พ้นโทษคดีฆ่าพ่อ ชาวบ้านอยู่ไม่เป็นสุข หนุ่มเดนโจรพ้นโทษออกจากคุก หลังเคยก่อเหตุฆ่าพ่อ ซ้ำบุกปล้ำข่มขืนแม่ตัวเอง ชาวบ้านหวาดผวากลัวจะตกเป็นเหยื่อ ล่าสุดขโมยปืนแล้วหนีหายเข้าป่า

พ้นโทษคดีฆ่าพ่อ จากกรณีโซเชียลมีเดียมโพสต์และแชร์เรื่องราวเตือนภัย รวมทั้งให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสของ นายไชยา อายุ 31 ปี ชาวตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเมื่อครั้งเป็นเยาวชนเคยก่อเหตุฆ่าพ่อตัวเองเสียชีวิต และต้องโทษจำคุกมาหลายปี

กระทั่งเมื่อพ้นโทษออกมาก็ได้ก่อเหตุข่มขืนแม่ของตัวเอง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา จากนั้นได้หลบหนีไป ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวากันอย่างมาก เนื่องจากเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัว และวนเวียนอยู่ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่เป็นป่าเขา

พ้นโทษคดีฆ่าพ่อ

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่า นายไชยาได้ก่อเหตุข่มขืน นางสายใจ (นามสมมติ) ผู้เป็นแม่ของนายไชยา โดยเหตุเกิดขึ้นที่บ้านพักในตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุนางสายใจได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรแม่โป่ง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม มี ร.ต.อ.ธนาวุฒิ เสมอ เป็นเจ้าของคดี และเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ส่วนนายไชยาได้หลบหนีไปตั้งแต่นั้น และยังไม่สามารถจับตัวได้จนถึงเวลานี้

โดยในวันเกิดเหตุ นายไชยาได้มีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา จากนั้นได้ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย และข่มขืนแม่ตัวเองจนสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมเมาสุราและทำร้ายร่างกายพี่สาวเป็นประจำอีกด้วย ทำให้พี่สาวต้องหนีย้ายไปอยู่อาศัยที่อื่นแทน

ซึ่งจากการที่นายไชยามีพฤติกรรมดังกล่าว ประกอบกับมีประวัติเคยก่อเหตุฆ่าพ่อตัวเองตายด้วย ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา เกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อของนายไชยาสักวันหนึ่ง เพราะนายไชยาเพิ่งขโมยปืนล่าสัตว์ของชาวบ้านติดตัวไปด้วย และเชื่อกันว่ายังคงหลบซ่อนตัววนเวียนอยู่ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่เป็นป่าเขา

สำหรับความพยายามในการจับกุมตัวนายไชยานั้น รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่โป่ง นำโดย พ.ต.ท.สถิตชัย นิตยวัน สว.สภ.แม่โป่ง หัวหน้าชุดฯ พร้อมด้วยฝ่ายปกครองและท้องถิ่น รวมทั้งประสานไปตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ และตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ให้ช่วยจัดกำลังร่วมกันลาดตระเวนค้นหาตามจุดต่างๆ ทั่วพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบตัว และมีผู้นำเรื่องราวไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

Read more

เตือนภัยขาช้อป ! อดีตดาราสาว แฉคลิปแก๊งโจรทำเนียนเลือกเสื้อ

เตือนภัยขาช้อป น.ส.ไรวินทร์ ออง หรือ เอมี่ สาวสวยลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ แอร์โฮสเตสสายการบินชื่อดัง และเป็นอดีตนักแสดงละครช่อง 3

เตือนภัยขาช้อป (8 มกราคม 2562) น.ส.ไรวินทร์ ออง หรือ เอมี่ สาวสวยลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ แอร์โฮสเตสสายการบินชื่อดัง และเป็นอดีตนักแสดงละครช่อง 3 ได้โพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก Amy Raiwin Pisitkulpakdee เป็นภาพและคลิปวงจรปิดขณะโดนโจรฉกมือถือกลางห้างดังย่านรังสิต

ซึ่งจากในคลิปโจรแก๊งนี้ทำงานกันเป็นทีม มีผู้หญิงรูปร่างอวบ 2 คน โดยคนหนึ่งสวมเสื้อสีน้ำเงิน สะพายเป้สีฟ้า อีกคนสวมเสื้อสีเทา และชายอีก 1 คน สวมเสื้อสีขาว ภาพจากในคลิป โจรหญิง 2 คน

ได้ล้วงกระเป๋าเหยื่อผู้หญิงมา 3 คน แต่ไม่ทราบว่าได้ทรัพย์สินไปหรือไม่ ก่อนที่จะตีเนียนเอาเสื้อตัวหนึ่งไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ แล้วเดินมาล้วงมือถือของเอมี่

เตือนภัยขาช้อป
ทั้งนี้ น้องเอมี่ ตั้งข้อสงสัยว่า ดูจากพฤติกรรมแล้วน่าจะเป็นโจรมืออาชีพ ก่อเหตุเป็นประจำ เนื่องจากดูชำนาญ และคอยมองกล้องวงจรปิดอยู่ตลอด พร้อมระบุว่า ถ้าใครที่เคยโดน มีเพื่อน หรือญาติโดนแบบนี้

ให้มาชี้ตัวคนร้ายได้ อยากให้คลิปนี้เป็นการเตือนภัย ให้ระวังทรัพย์สินของตนเอง ตนก็จะนำคลิปเป็นหลักฐานไปแจ้งความ ยังไม่รู้ว่าตำรวจจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่วงจรปิดจับใบหน้าได้ชัดเจนขนาดนี้

ถ้าคนร้ายลงมืออีกก็ควรจะจับตัวให้ได้ เพื่อไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อซ้ำ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more
ฆ่ารัดคอ

ตำรวจจับหนุ่มคนสนิท ฆ่ารัดคอ อดีตสจ๊วต สายการบินดัง ตายคาคอนโด

ตำรวจรวบหนุ่มคนสนิท ตามหมายจับ ฆ่ารัดคอนักธุรกิจอดีตสจ๊วต สายการบินดัง

ตายคาคอนโดฯ ย่านหลักสี่ พบเคยเป็นข่าวดังเมื่อปี 55 หอบสินสอดแต่งหนุ่มอุดรฯ …เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 ม.ค. มีรายงานว่า พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง รรท.ผกก.สน.ดอนเมือง ได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.2 และชุดคลี่คลายคดีฆาตกรรม อดีตสจ๊วต การบินไทย ถูกฆ่ารัดคอ หมกห้องพักย่านหลักสี่ ก่อนกวาดทรัพย์สิน พร้อมรถยนต์หนี เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ดอนเมือง เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา

ฆ่ารัดคอ

 

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 ม.ค. เวลาประมาณ 16.50 น. นางปาริชาติ ปัญญายงค์ น้องสาว นายปรัชญา อำนรรฆมณี อายุ 58 ปี อดีตสจ๊วต สายการบินชื่อดัง เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันหลังติดต่อนายปรัชญาไม่ได้มาหลายวัน และเกรงว่าจะได้รับอันตราย

ต่อมาวันที่ 5 ม.ค. เวลาประมาณ 14.30 น. ญาติได้ประสานตำรวจสายตรวจ สน.ดอนเมือง ร่วมตรวจสอบภายในห้องพักเลขที่ 1/34 ชั้น 8 คอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านหลักสี่ ซึ่งเป็นที่พักของ นายปรัชญา กระทั่งพบศพนายปรัญชา ถูกฆ่าตายภายในห้องนอน สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว สวมกางเกงในสีแดง ศีรษะทิ้งลงไปข้างที่นอน ลำตัวพาดบนที่นอน ร่างกายเริ่มขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วห้อง ที่ลำคอยังพบสายไฟปลั๊กพ่วงพันอยู่รอบคอ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

จากนั้นพล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมพ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.กก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รอง ผกก.( สอบสวน) สน.ดอนเมือง รรท.ผกก.สน.ดอนเมือง แพทย์ รพ.ภูมิพล กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบภายในห้อง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่พบเข็มฉีดยา อุปกรณ์การเสพยาเสพติดจำนวนหนึ่ง และ ถุงยางใช้แล้วจำนวน 1 ชิ้น วางอยู่บนโต๊ะในห้องนอน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

รายงานข่าวยังระบุอีกว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางคอนโดฯ พบว่าเมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายปรัชญา ผู้ตาย ได้เดินทางเข้ามาพร้อมกับชายหน้าตาดีอีกคน ในเวลาประมาณ 20.50 น. ก่อนทั้งคู่จะออกไปและกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยนายปรัชญาเดินนำหน้า และชายหน้าตาดีเดินตามหลัง โดยในมือถือถุงอาหารมาด้วย

กระทั่งเวลาประมาณ 07.30 น. ของวันที่ 2 ม.ค. กล้องวงจรปิดหน้าตึกจับภาพชายที่มากับผู้ตายได้ขณะกำลังเดินออกจากอาคารเพียงลำพัง โดยในมือถือกระเป๋าเดินทางสีดำออกมาด้วย ก่อนจะขับ รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น HRV สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กญ 8068 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายออกจากคอนโดฯ ไป

ญาติผู้ตายระบุว่า พี่ชายเป็น อดีตสจ๊วต สายการบินดัง ซึ่งออกมาประมาณ 2 ปี ปัจุบันไม่ได้ทำงาน และเป็นคนที่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน โดยพบกับพี่ชายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ก่อนจะออกจากบ้านพักย่านลำลูกกาไป ซึ่งทางญาติคาดว่าน่าจะมาพักที่คอนโดฯ แห่งนี้ จึงไม่ได้สงสัยอะไรเนื่องจากตอนทำงานอยู่ก็จะมาพักที่คอนโดฯ อยู่เป็นประจำ

จนวันที่ 3 ม.ค. ได้มีข้อความไลน์จากโทรศัพท์พี่ชาย ส่งมาขอเงินกับแม่จำนวน 30,000 บาท โดยอ้างว่าอยู่พัทยา กระเป๋าสตางค์หาย ไม่มีเงินติดตัว โดยให้โอนเข้าบัญชี ซึ่งทางญาติตั้งข้อสงสัยว่าปกติพี่ชาย จะไม่เคยใช้คำพูดเรียกตัวเองกับแม่ว่าลูก จะใช้แทนตัวเองว่าโจ้มาโดยตลอด ทำให้ทุกคนเกิดความสงสัย จึงไม่ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้

ทั้งนี้ ยังทราบอีกว่ามีข้อความจากเครื่องพี่ชายส่งไปยังเพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์ของพี่ชาย เพื่อขอยืมเงิน และส่งภาพโบสถ์ที่กำลังก่อสร้างไปให้ โดยอ้างว่ากำลังจะทำบุญครั้งใหญ่ โดยการสร้างโบสถ์ ใครจะร่วมทำบุญให้โอนเข้าบัญชี นายอธิพันธ์ พิมพ์เรือง อีกหลายคน ทางญาติจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความในวันที่ 4 …

Read more
เปิดปมฆ่ายกครัว

เปิดปมฆ่ายกครัว 7 ศพ มือปืนคับแค้นใจ “แม่ยาย” นินทากลางวงญาติ

เปิดปมฆ่ายกครัว 7 ศพ จากกรณี นายสุชีพ อายุ 41 ปี เมาจ่อยิงแม่ยาย ญาติภรรยา กับลูกชายหญิงของตัวเอง ขณะนั่งสังสรรค์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ตายยกครัว 6 ศพ

เปิดปมฆ่ายกครัว 7 ศพ ขณะนั่งสังสรรค์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ตายยกครัว 6 ศพ แล้วจ่อขมับตัวเองตายตามเป็นศพที่ 7 เหตุเกิดเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษของวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่วัดปะติมะ บ้านท่าตีน ม.7 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร นายทินกร ผู้รอดชีวิต พร้อมญาติๆ ได้นำศพของ นางงุด น.ส.รัชพร น.ส.ผกามาศ ด.ช.กษิเดช และ ด.ญ.ชนัญธิดา ที่ถูกนายสุชีพ ใช้อาวุธปืนจ่อยิงเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นำมาบรรจุลงหีบศพเพื่อบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติและเพื่อนบ้าน ที่ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ในครั้งนี้

เปิดปมฆ่ายกครัว

ในขณะเดียวกัน ศพของนายวิจิตร พี่เขยของนายทินกร ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางนางสมจิต อายุ 63 ปี พร้อมญาติ ได้เดินทางมารับศพเพื่อนำไปทำพิธีทางศาสนา ณ วัดน้ำผุด ม.7 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

ส่วนศพนายสุชีพ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ ยังคงถูกเก็บไว้ที่โลงเย็นของ รพ.พะโต๊ะ เพื่อรอทางญาติจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มารับไปทำพิธีทางศาสนา

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางสมจิต และญาติของนายวิจิตร ผู้เสียชีวิต 1 ใน 7 ว่า ที่ผ่านมาตนเอง รู้จักกับนายชูชีพเพียงผิวเผิน ไม่สนิทมาก แต่ทั้งนี้ก็พอจะสังเกตว่านายสุชีพ คนก่อเหตุ เป็นคนนิสัยดี สุภาพ เป็นคนอ่อนน้อม เพราะเห็นจากการช่วยงานศพญาติด้วยกัน นายสุชีพจะไม่ดูดาย ยกมือไหว้ทุกคนในลักษณะให้เกียรติคน แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาก่อเหตุได้ถึงขนาดนี้ ฆ่าได้กระทั่งลูกของตนเองที่ยังเด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไร

นางสมจิต ยังกล่าวว่า การก่อเหตุของนายสุชีพในครั้งนี้ ตนเองก็ได้รับทราบมาจากญาติด้วยกันว่า ก่อนหน้านั้น นายสุชีพ ได้ถูกนางงุด ซึ่งเป็นแม่ยาย ได้ต่อว่าต่อหน้านายวิจิตรและนายทินกร ที่กำลังนั่งฉลองต้อนรับปีใหม่อยู่หน้าบ้าน คาดทำให้นายสุชีพ อายและคับแค้นใจ จึงขับรถยนต์ออกจากบ้านไปนั่งดื่มเบียร์คนเดียวถึง 4 ขวด จนเมาได้ที่ จึงขับรถกลับมาแล้วก่อเหตุดังกล่าว

สำหรับ นายสุชีพ อดีตเคยถูกจับคดียักยอกทรัพย์ในตัวเมืองชุมพร และเพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.นครศรีธรรมราช นอกจากนั้นยังมีประวัติพัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 20 พ.ย.60

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าหลังจากที่นายสุชีพ หลังจากที่ถูกจองจำและพ้นคดีมา ทำให้ทางครอบครัวของเมียรังเกียจ ซึ่งทางญาติของนายวิจิตร บอกเพียงว่าก็น่าจะเป็นไปได้ อาจจะถูกกดดัน จึงเกิดความเครียด และมาถูกต่อว่า จนบันดาลโทสะ แต่ก็ไม่ยืนยัน

ซึ่งสอดคล้องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สรุปเบื้องต้น สันนิษฐานว่าเกิดจากความขัดแย้งภายในครอบครัว โดยขณะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 61 ทางครอบครัวของนางงุด ได้กินเลี้ยงปีใหม่ กันที่บริเวณโต๊ะหน้าบ้าน และได้มีการพูดนินทานายสุชีพ และนายสุชีพมาได้ยินและเกิดความไม่พอใจได้เดินออกจากบ้านไป และกลับมาอีกครั้งเมื่อประมาณ 00.10 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 62 คาดว่าไปดื่มสุรามาเพราะถือขวดเบียร์กลับมาด้วยเมื่อมาถึงได้พูดด่าบุคคลในครอบครัวของนางงุด นายทินกร จึงได้ต่อว่าและบอกว่ามีอะไรมาเคลียร์กัน นายสุชีพจึงได้พูดว่าเอาแบบนี้ พร้อมทั้งชักอาวุธปืนออกมาจากเอวแล้วยิงกลุ่มผู้ตาย จากนั้นเข้าไปยิงคนอื่นและลูกทั้งสองดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

Read more