ไอ้โม่งติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่

ไอ้โม่งติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่

ไอ้โม่งติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่

ไอ้โม่งติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ โผล่เเล้วมือติดป้ายทวงหนี้อดีต ผอ.เปิดใจถูกเบี้ยวค่าจ้างก่อสร้างปรับปรุงโรงเรียน 5 ล้านบาท

จากกรณีมีคนสวมหมวกไอ้โม่งนำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความคล้ายกับเป็นการทวงหนี้ระบุว่า”ผอ.สั่งทำงาน งานเสร็จ ไม่มีเงินจ่าย ใครจะรับผิดชอบ”และ”ผอ.เห็นพวกเราเป็นคนมั้ย สงสารพวกเราบ้างหรือเปล่า”มาติดไว้บนสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกาฬสินธุ์นั้นi99bet

ล่าสุด ป้ายดังกล่าวมีคนปลดออกแล้ว ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้รับเหมาคือ นางวิจิตรา บุญรัตน์ อายุ 51 ปี ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้นำป้ายข้อความดังกล่าวมาติดไว้บนสะพานลอยจริง เนื่องจากต้องการขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลังจากตนเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาที่ถูกอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ว่าจ้างให้ก่อสร้างปรับปรุงโรงเรียนจนแล้วเสร็จหลายโครงการ แต่ไม่ยอมจ่ายเงินจำนวน 5,200,000 บาท จนทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สิน ที่นาถูกยึดไม่มีเงินจ่ายค่าแรงคนงาน ซึ่งเวลาผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน จึงต้องการให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริง โดยนางวิจิตรา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ยอมรับว่าเป็นผู้ที่นำป้ายข้อความดังกล่าวไปติดไว้บนสะพานลอยจริง เนื่องจากตนเองหมดหนทางที่จะต่อสู้แล้ว และไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร อีกทั้งยังเกิดความคับแค้นใจอย่างมาก หลังจากเมื่อปี 2558 ตนได้ทำงานก่อสร้างให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จนแล้วเสร็จหลายโครงการ แต่กลับถูกอดีตผู้อำนวยการ ซึ่งปัจจุบันทราบว่าย้ายมาเป็น ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้กับตนจำนวน 5,200,000 บาท ทำให้ตนต้องนำที่นา บ้าน และที่ดินไปจำนองกับธนาคาร เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าแรงคนงานกว่า 40 ชีวิต จ่ายค่าวัสดุก่อสร้างให้กับร้านค้าที่ได้นำวัสดุมาทำงานก่อสร้าง และจ่ายดอกเบี้ยที่ไปกู้ยืมมา นางวิจิตรา กล่าวอีกว่า ตนเป็นเพียงผู้รับเหมาเล็กๆทำงานก่อสร้างโครงการเล็ก ๆ หาเช้ากินค่ำ และต้องดูแลชีวิตคนงานกว่า 40 คน แต่กลับมาถูกรังแก ซึ่งเรื่องดังกล่าวที่ผ่านมาตนได้เข้าขอความเป็นธรรมให้ช่วยเหลือไปยังหลายหน่วยงาน เดินทางไปจนถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งมีเพียงผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และสำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์เท่านั้นที่ให้การช่วยเหลือ โดยการช่วยเหลือเรื่องทนายความสู้คดีและดำเนินการด้านกฎหมายในการฟ้องศาลปกครอง ซึ่งจะต้องใช้เวลานาน ส่วนหน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดของโรงเรียนดังกล่าวทั้ง สพม.24 และสำนักงานศึกษาธิการ จ.กาฬสินธุ์ ยังไม่ได้ดำเนินการช่วยเหลือแต่อย่างใด จนเวลาผ่านล่วงเลยมาแล้วมากกว่า 3 ปี ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนทำให้ขณะนี้ครอบครัวของตนเป็นหนี้เป็นสินท่วมหัวไป ดังนั้นจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ด้วย เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน และหากปล่อยไว้ บ้าน ที่ดิน รวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนมาทั้งชีวิต คงจะถูกธนาคารยึดไปเหมือนที่นาอย่างแน่นอน    ด้านนายเอกรักษ์ สารปรัง ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าโรงเรียนเป็นหนี้ผู้รับเหมาจริง ซึ่งเป็นค่าก่อสร้างจำนวนเงินประมาณ 15 ล้านบาท โดยเรื่องดังกล่าวเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2558 ตั้งแต่ผู้อำนวยการคนเก่า ส่วนตนนั้นได้เข้ามารับตำแหน่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่งเมื่อปี 2558 ทางโรงเรียน โดยผู้อำนวยการคนเก่าได้ว่าจ้างช่างทำรับเหมาประมาณ 10 รายมาปรับปรุงโรงเรียนหลายโครงการ เป็นเงินกว่า 15 ล้านบาท แต่เมื่องานเสร็จแล้ว ซึ่งเกินงบประมาณ จึงไม่มีเงินจ่าย จนทำให้ผู้รับเหมาไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ 24 และล่าสุดไปติดป้ายทวงเงินที่บนสะพานลอยกลางเมืองกาฬสินธุ์ นายเอกรักษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หลังจากเกิดเรื่องขึ้นทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว และทางโรงเรียนก็พยายามใช้จ่ายอย่างประหยัด เพื่อที่จะนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆทยอยใช้หนี้ให้กับผู้รับเหมาปีละประมาณ 1 ล้านบาท ตามสัดส่วนของแต่ละราย ทั้งนี้เนื่องจากทางโรงเรียนมีงบประมาณแต่ละปีประมาณ 8 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปพัฒนาการเรียนการสอนและคุณภาพด้านการศึกษาเป็นหลัก เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็กนักเรียน ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงมีจำเป็นที่จะต้องทยอยใช้หนี้ได้เพียงปีละ 1 ล้านบาท   อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้ทางโรงเรียนกำลังปรึกษากับคณะกรรมการโรงเรียน เพื่อที่จะเพิ่มการใช้หนี้เป็น 1.5 ล้านบาท เนื่องจากมีความเห็นใจผู้รับเหมาที่ก่อสร้างทำงานเสร็จแล้วกลับไม่ได้เงิน และพยายามมาทวงถามพูดคุยหลายคนถึงกับร้องไห้ แต่ทางโรงเรียนก็ยืนยันว่าสามารถจ่ายได้แค่นี้ เพราะหากจ่ายมากกว่านี้จะทบต่อการพัฒนาด้านการศึกษาของนักเรียน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *