ดูบอลออนไลน์บาซ่า

ดูบอลออนไลน์บาซ่า จากทุกลีคดังและทุกทัวร์นาเมนต์

ดูบอลออนไลน์บาซ่า ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด

ดูบอลออนไลน์บาซ่า จากทุกลีคดังและทุกทัวร์นาเมนต์ทั่วโลกฟรี ดูบอลออนไลน์ บ้านบอล ถ่ายทอดฟุตบอลออนไลน์ความชัดระดับ HD ทุกวัน 24 ชั่วโมง ดูบอลออนไลน์ บีอิน เจ้าแรกในไทย VS. บาร์เซโลน่า. คลิกดูบอลสด ดู บอล สด นครราชสีมา

Read more
น้าเขยปืนโหดยิงหลานดับ

น้าเขยปืนโหดยิงหลานดับ

น้าเขยปืนโหดยิงหลานดับ

น้าเขยปืนโหดยิงหลานดับ

น้าเขยปืนโหดยิงหลานดับ 16กุมภาพันธ์ 62 สารวัตรเวร สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุ มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต

ที่บริเวณริมถนนสายม่วงงาม-ตำหรุ หมู่ 2 บ้านม่วงงาม ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จึงรายให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ และไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.บ้านลาด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมศักดิ์ บุปผาราม อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/485 ซอยพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ นอนหงายหน้าเสียชีวิต แพทย์ชันสูตรพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่กลางหลัง 1 แห่ง สอบถามทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายฐิติ หรืออุ่น เขี้ยวแก้ว อายุ 86 ปี บ้านเลขที่ 136 หมู่ 2 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด หลังก่อเหตุ ได้วิ่งหลบหนีไปที่หน้าวัดตำหรุ หมู่ 4 ต.ตำหรุ อ.บ้านลาด ซึ่งห่างไป ประมาณ 400 เมตร ก่อนใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงกรอกปากตัวเองกระสุนเข้าที่ใต้คางทะลุช่องปากบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบ้านลาด และส่งต่อรักษาตัวที่ รพ.พระจอมเกล้า สอบถามนางภาวนา บุบผาราม อายุ 56 ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าว่านายฐิติผู้ก่อเหตุเป็นน้าเขยนายสมศักดิ์ผู้ตาย ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยมีปากเสียงเรื่องแบ่งที่ดินของครอบครัว และผู้ก่อเหตุได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน 150 ตารางวา ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ล้อมรั้วสร้างบ้านแต่ปรากฏว่าล้อมรั้วรวมพื้นที่ 170 ตารางวา เกินมา 20 ตารางวา จึงมีกรณีพิพาทอีกครั้ง มีการฟ้องร้อง และศาลสั่งให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าที่ดินส่วนเกิน 20 ตารางวาเป็นเงิน 20,000 บาท และผู้ก่อเหตุได้นำเงินชดใช้เรียบร้อยแล้ว วันนี้ขณะเกิดเหตุนายฐิติได้นำเอกสารที่ดินมายื่นให้นายสมศักดิ์ เมื่อนายสมศักดิ์รับ เอกสารนายธิติได้ชักอาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่ นายสมศักดิ์ 2 นัด นายสมศักดิ์วิ่งหลบหนีและมาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนนายฐิติวิ่งออกไปและใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบ้านลาดและส่งต่อที่โรงพยาบาลพระเจ้าเกล้าเพชรบุรี ขณะนี้มีอาการหนักมาก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
สลดคืนวาเลนไทน์

สลดคืนวาเลนไทน์

สลดคืนวาเลนไทน์

สลดคืนวาเลนไทน์

สลดคืนวาเลนไทน์ นศ.สาว มหาวิทยาลัยเอกชน จุดเตารมควันดับ

ขณะเดียวกันพบกระดาษโน๊ตมีข้อความเขียนไว้ว่า ห้ามนำร่างออกจากห้อง ก่อนเวลา 03.00 น เพราะตีสามคนน้อยสุดไม่อนุญาตให้รถโรงพยาบาลหรือรถกู้ภัยเปิดไซเรนมา ขอความอนุเคราะห์ให้นำร่างออกไปแบบเรียบง่ายที่สุด เป็นการฆ่าตัวตายแบบจงใจและวางแผนมานานขอไม่ให้ตำรวจทำการพิสูจน์หลักฐานหรืออะไรที่จะทำให้แตกตื่น ขอโทษ ลงชื่อผู้เสียชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่าห้องดังกล่าวเป็นห้องของ เพื่อนผู้ตาย โดยมาขอพักอาศัยด้วย วันเกิดเหตุเจ้าของห้องไม่อยู่ ผู้ตายอยู่เพียงลำพังและส่งข้อความมาบอกว่า “เหนื่อย ขอนอนพัก” กระทั่งเวลา 18.00 น. เจ้าของห้องพยายามโทรศัพท์หาแต่ไม่รับ จึงโทรฯให้เจ้าของหอพักไปไขกุญแจ ปรากฏว่าห้องถูกล๊อกจากด้านใน ตนจึงรับกลับมาที่ห้องพัก พบว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว

ต่อมาแฟนหนุ่มผู้ตาย คือนายรณชัย (ขอสงวนนามสกุล) เดินทางมาที่เกิดเหตุท่ามกลางความเสียใจ พร้อมเปิดเผยว่า วานนี้ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ เวลาประมาณ 16.00 น.ได้โทรศัพท์คุยกับผู้ตาย เนื่องจากมีปากเสียงกัน จึงอยากปรับความใจ และบอกเพียงว่าอาจจะไม่ได้มาพบ แต่ก็ไม่คิดว่าแฟนสาวจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย

ด้านแม่ผู้ตาย ยอมรับว่าลูกสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และทราบว่า ก่อนหน้านี้ ได้ทะเลาะกับแฟน และฆ่าตัวตายดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
แม่เครียดใช้มีดจี้คอตัวเองขอพบผู้ว่า

แม่เครียดใช้มีดจี้คอตัวเองขอพบผู้ว่า ถูกครูแจ้งความกลับทำให้ถูกไล่ออกจากวิทยาลัย

แม่เครียดใช้มีดจี้คอตัวเองขอพบผู้ว่า

แม่เครียดใช้มีดจี้คอตัวเองขอพบผู้ว่า

แม่เครียดใช้มีดจี้คอตัวเองขอพบผู้ว่า แม่เครียดลูกชายวัย 18 ปี มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับครู ถูกครูแจ้งความกลับทำให้ถูกไล่ออกจากวิทยาลัยฯ จึงใช้มีดจี้คอตัวเองขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อร้องขอความเป็นธรรม

หญิงวัย 37 ปี เจ้าของอู่เคาะพ่นสีรถ ใน ต.กันจุอ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 12 นิ้วจี้ที่ลำคอของตัวเอง พร้อมร้องตะโกนว่าถูกรังแกต้องการขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด หลังจากที่เธอและลูกชาย อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้น ปีที่ 3 วิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่ง และบุตรชายคนเล็กเช่ารถเก๋ง วอลโว่ สีแดงเลือดหมู ขับมาจอดที่ถนนสายเพชรเจริญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยเธอเล่าทั้งน้ำตาขณะเอามีดจี้คอตัวเองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมกรณีลูกชายถูกไล่ออกจากวิทยาลัยฯ ทั้งที่เหลืออีก 2 เดือนเศษลูกชายก็จะจบจากสถานศึกษาแห่งนี้แล้ว  หลังจากลูกชายมีเรื่องชกต่อยกับนายมรรคพล ศรีสงคราม อายุ 27 ปี ครูผู้สอนวิชางานสีรถยนต์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 เพียงแค่ลูกชายพูดกับเพื่อนในวิชาเรียนว่าใครโป๊สีรถยนต์ไม่เห็นเรียบเลย สร้างความไม่พอใจให้กับนายมรรคพล อาจารย์ผู้สอนวิชาดังกล่าว ได้โต้เถียงทำนองว่าลูกชายไม่มาเรียน แต่ทำเป็นเก่ง จนถึงขั้นต้องเชิญทั้ง 2 คน ไปที่ห้องปกครอง ซึ่งลูกชายถูกนายมรรคพล ต่อยเข้าที่กกหูและที่ศีรษะ ลูกชายจึงทำการป้องกันตัวและเกิดการชกต่อยกันขึ้นภายในห้องปกครอง ต่อมาทางวิทยาลัยฯ ลงโทษสั่งตัดเงินเดือน 10 เปอร์เซ็นต์ ครูคู่กรณี แต่ครูรายนี้ยื่นหนังสือลาออกซึ่งผลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ และเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา นายมรรคพลแจ้งความเอาผิดลูกศิษย์ ในข้อหาทำร้ายร่างกายและลูกชายถูกศาลสั่งปรับ เป็นเงิน 10,000 บาท ขณะเดียวกันทางวิทยาลัยโทรมาบอกว่าได้ไล่ลูกชายออกแล้ว เพราะมีประวัติขึ้นโรงขึ้นศาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางวิทยาลัยทำหนังสือรับรองว่าลูกชายจะได้จบการศึกษาในปีการศึกษานี้ จึงเกิดความเครียดเป็นอย่างมาก จึงเดินทางมาที่ตัวจังหวัดเพื่อขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดทันทีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาพบกับหญิงรายนี้ ซึ่งแค่เห็นผู้ว่าฯ เดินมาหาถึงกับปล่อยโฮ ยอมวางมีดและก้มลงกราบแทบเท้า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ ตำรวจ สภ.บึงสามพันเดินทางไปรับตัวอาจารย์จากวิทยาลัยฯ ให้มาพบเพื่อพูดคุย โดยได้รับปากว่าลูกชายจะได้เรียนหนังสือต่อแน่นอนจนเธอสบายใจขึ้นมาก หลังจากร้องเรียนไปยังหน่วยต่าง ๆ แล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงเครียดและก่อเหตุจะทำร้ายตัวเองขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
กระบะแซงทางโค้งพุ่งข้ามเลนประสานงาดับคารถ

กระบะแซงทางโค้งพุ่งข้ามเลนประสานงาดับคารถ

กระบะแซงทางโค้งพุ่งข้ามเลนประสานงาดับคารถ

กระบะแซงทางโค้งพุ่งข้ามเลนประสานงาดับคารถ

กระบะแซงทางโค้งพุ่งข้ามเลนประสานงาดับคารถ

ที่ถนนสายเลี่ยงเมือง หมู่ 6 ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เกิดอุบัติเหตุรถกระบะประสานงากันอย่างจัง พังยับทั้งคู่และมีผู้เสียชีวิต 1 คน ร่างกระเด็นออกมาอยู่นอกรถ คือ นายปกรณ์ มาอินทร์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นคนขับกระบะสีบรอนซ์เงิน ส่วนคนขับรถกระบะสีขาว คือ นายนภดล บุญเกิด อายุ 43 ปี ปลอดภัย ยืนรอให้การกับตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่า นายนภดล ขับรถจากกำแพงเพชรจะกลับ จ.ตาก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งรถคู่กรณีได้ขับมาอย่างเร็ว และแซงรถคันหน้าจึงทำให้รถเสียหลักลอยทั้งคันแล้วพุ่งเข้ามาชนของเขาเต็มแรงและเสียชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
ป้าแสบปลอมเฟซบุ๊กครูสาวหน้าตาดี

ป้าแสบปลอมเฟซบุ๊กครูสาวหน้าตาดี

ป้าแสบปลอมเฟซบุ๊กครูสาวหน้าตาดี

ป้าแสบปลอมเฟซบุ๊กครูสาวหน้าตาดี

ป้าแสบปลอมเฟซบุ๊กครูสาวหน้าตาดี

เพจเฟซบุ๊ก รถตระเวนข่าว V.2 ได้แชร์เรื่องราวเตือนภัยป้ามหาภัยรายนี้ พร้อมระบุว่า มีครูสาวรายหนึ่ง เจอคนทักมาทางเฟซแบบแปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มข้าราชการ ตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอ อบต.จนถึงผู้ใหญ่บ้าน ว่ารู้จักสนิทสนมด้วย จนเธองงหนักมาก เพราะไม่รู้ไปรู้จักกับคนเหล่านั้นได้ยังไง จนวันหนึ่งก็โป๊ะแตก เมื่อมีคนส่งภาพหน้าเฟซหนึ่งใช้รูปเธอไปโพสต์แนวหว่านเสน่ห์ แถมมีคุยจ๊ะจ๋ากับชายหนุ่มดีกรีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถึงขั้นเรียกพ่อจ๋าแม่จ๋า เธอเลยรีบแชทไปหาชายคนนั้น ถามว่า พี่คือใคร แล้วพี่เรียกใครแม่จ๋า จนสุดท้ายเจอเป็นป้า อายุ 55 ปี

ทีมข่าวติดต่อไปที่ นางสาวพิมพ์ฑักษอร แสงทองไชย ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ได้นำหลักฐานมาแสดงกับทีมข่าว พร้อมเปิดเผยว่านอกจากตนเองเป็นครูแล้ว ยังเดินแบบช่วยเหลืองานสังคมอีกหลายครั้ง ซึ่งก็จะถ่ายรูปและนำมาโพสต์บนเฟซบุ๊กของตนเอง ล่าสุดมีเฟซบุ๊ก ชื่อว่า”ต้นกล้าต้นแก้ว สุขสว่าง”นำรูปของเธอไปโพสต์ แล้วแชทคุยกับชายที่อ้างตัวเป็นข้าราชการ สังกัดกรมการปกครอง ทำทีตีสนิทจนกระทั่งฝ่ายชายหวังทำเซอร์ไพร์สขอแต่งงาน มีการนัดเจอกันที่วัดหลวงพ่อโต บางพลีใหญ่ แต่พอถึงเวลากลับไม่เหมือนรูปที่ส่งให้ แต่กลายเป็นหญิงสูงอายุ ฝ่ายชายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกก่อนจะนำหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ส่วนครูพิมพ์เองเข้าแจ้งความที่ สภ.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ

โดยหลักฐานสำคัญที่ทำให้ความจริงปรากฏคือ มีพลเมืองดีคนหนึ่งส่งข้อความมาหาครูพิมพ์ อ้างว่าเป็นลูกศิษย์ บอกว่าครูพิมพ์อาจจะโดนปลอมเฟซบุ๊กใช้หลอกลวงผู้อื่น ต่อมาจึงมีการสืบหาข้อมูลจนกระทั่งทราบว่า บุคคลที่ปลอมเฟซบุ๊กของครูพิมพ์ คือ นางประจวบ หญิงอายุ 55 ปี ส่วนตัวครูพิมพ์เชื่อว่า พลเมืองดีคนนี้คือหนึ่งในชายที่ถูกหลอก จึงพยายามสืบหาตัวจริง

ทางด้านฝ่ายชายผู้เสียหาย คือ นายสุรชัย เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เขารู้จักกับหญิงคนที่อ้างตัวเป็นปลัดได้ประมาณปีกว่า ๆ จากการพูดคุยผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ โดยสาเหตุที่ทำให้ปักใจเชื่อ เนื่องจากปกติจะมีการบอกว่ากำลังทำกิจกรรมอะไร และมักมีภาพถ่ายมาให้ดูเพื่อยืนยัน ประกอบกับมีการพูดคุยเรื่องที่รู้กันเฉพาะเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดความเชื่อใจพูดคุยกัน กระทั่งตนเองตกหลุมรัก จึงวางแผนอยากจะนัดเจอฝ่ายหญิงสักครั้ง และเซอร์ไพร์สขอแต่งงาน โดยเตรียมแหวนเพชร และช่อดอกไม้ ไปให้กับฝ่ายหญิงในช่วงใกล้วันเกิดของคุณสุรชัยเอง ตั้งใจจะคุกเข่าขอแต่งงาน แต่แล้วเมื่อไปถึงกลับเจอเซอร์ไพร์สกว่า เพราะฝ่ายหญิงตัวจริงไม่เหมือนรูปที่ส่งให้ กลายเป็นนางประจวบ หญิงอายุ 55 ปี เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาจึงตกใจ เสียใจอย่างมาก ที่ถูกหลอกให้รักมาตลอดระยะเวลาปีกว่า

สำหรับนางประจวบ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 เคยก่อเหตุปลอมเฟซบุ๊กของครูพิมพ์มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นมีพฤติกรรมสร้างเฟซบุ๊กปลอมไปหลอกเหยื่อให้โอนเงินเกี่ยวกับการทำบุญ คดีนี้ศาลจังหวัดสมุทรปราการมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 จำคุกนางประจวบ 1 ปี ปรับเงิน 20,000 บาท จำเลยรับสารภาพ รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะมาก่อเหตุปลอมเฟซบุ๊กอีกครั้ง

ซึ่งวิธีการของป้าประจวบ ในช่วงหลังจะไม่เน้นแชทหลอกโอนเงิน (แบบคดีนัทโอนไว) แต่เน้นผูกสัมพันธ์ สร้างสตอรี่ความรักกับชายพร้อม ๆ กันหลายคน ซึ่งทางครูพิมพ์มีข้อมูลว่า ส่วนใหญ่ป้าประจวบจะเลือกเหยื่อที่เป็นข้าราชการชายโสดวัยกลางคน แล้วใช้รูปปลอมเป็นครูพิมพ์ อ้างตัวเป็นปลัด เชื่อว่ามีการพูดคุยหลอกลวงผู้เสียหายมาแล้วหลายราย แต่บางรายอาจจะรู้สึกอายเมื่อถูกหลอก จึงไม่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราวนี้

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ คุณธนภัทร ศรีกระจ่าง เดินทางไปยังบ้านของป้าประจวบ ซึ่งวันนี้ถูกปิดเงียบ โดยชายคนหนึ่งออกมาพูดกับทีมข่าว บอกว่าป้าประจวบไม่อยู่ ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ขณะที่บ้านละแวกใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า ป้าประจวบอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับลูกหลานมานานกว่า 10 ปี ปกติไม่ทราบว่าประกอบอาชีพอะไร แต่พักหลังมาเคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการลักทรัพย์ บ้านนี้จึงปิดเงียบ ไม่มีใครคบด้วย

ล่าสุดตำรวจ สภ.บางแก้ว ได้เรียกนางประจวบเข้าสอบปากคำ เบื้องต้นนางประจวบให้การรับสารภาพ ซึ่งขณะนี้ตำรวจตั้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานความผิดการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนคดีเตรียมส่งอัยการฟ้องตามกระบวนการกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
เตรียมยื่นประกันฮาคีม

เตรียมยื่นประกันฮาคีม ทนายความ เปิดเผยว่าตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักทรัพย์

เตรียมยื่นประกันฮาคีมเตรียมยื่นประกันฮาคีม

เตรียมยื่นประกันฮาคีม  ล่าสุด นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความ เปิดเผยว่าตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักทรัพย์ เพื่อยื่นต่อศาลอาญาในช่วงสัปดาห์หน้าซึ่งอาจจะเป็นพุธ ที่ 13 ก.พ.62 เเต่ถ้าไม่ทันในเรื่องหลักทรัพย์ก็จะยื่นภายในอาทิตย์หน้า

จากกรณีพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญามีคำสั่งให้ส่งตัวนายฮาคีม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ส่งกลับไปรับโทษตามคำพิพากษา ที่ประเทศบาห์เรน ในฐานะผู้ร้ายข้ามเเดน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ส่วนหลักทรัพย์ที่จะใช้ยื่นประกัน ได้จากคนที่ต้องการช่วยเหลือ นายฮาคีม เเละการรวบรวมเงินผ่านเว็บไซต์ ซึ่งในคดีอื่นเคยใช้หลักทรัพย์สูงถึง 2 ถึง 5ล้านบาท เเต่ต้องการนำหลักทรัพย์ไปเเสดงให้ศาลเห็นว่า หากให้ประกันนายฮาคีม เเล้วจะไม่หลบหนี

ซึ่งคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดน เท่าที่ทราบยังไม่เคยมีจำเลยคนไหนที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว เเต่ในปัจจุบันนี้มีอุปกรณ์กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กำไล EM ที่สามารถควบคุมตัวได้โดยไม่ต้องอยู่ในเรือนจำ ทางทนายความจะยื่นเเสดงเจตจำนงค์ขอใส่กำไล EM ประกอบเหตุผลในคำร้อง ว่าจะไม่หลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เเละจะยื่นคำร้องให้ศาลเห็นว่าการเตรียมคดีนี้จะมีพยานหลักฐานเป็นหลายภาษา การที่จำเลยถูกขังจะถือเป็นอุปสรรค ต้องใช้ล่ามเเปลภาษา เพื่อต้องการให้นายฮาคีมได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงเเนวทางการต่อสู้คดี จะมีการสู้เรื่องการควบคุมนายฮาคีมโดยมิชอบก่อนจะเข้ากระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามเเดนด้วยหรือไม่ นางณัฐาศิริ กล่าวว่าในเนื้อหาของคดีตอนนี้ กำลังรวบรวมความคิดเห็นกันอยู่ ซึ่งทนายความเเต่ละคนต่างนำสำนวนที่ได้ไปศึกษาก่อนที่จะประชุมในสัปดาห์หน้า แต่เรื่องเร่งด่วนสำคัญคือการเตรียมเอกสารเเละการยื่นประกันตัว

นางณัฐาศิริ เปิดเผยว่า ทีมทนายมี 6 คนเป็นคนไทยทั้งหมด มีนายนคร ชมพูชาติ เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งทีมทนายความมีที่ปรึกษาเป็นทนายความจากออสเตเลีย เเละ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งสองท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเเละกฎหมายข้ามเเดน ได้พยายามหาหลักฐานที่เป็นประโยชน์มาให้ใช้ในคดีด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจสาวผวาโรคจิตขัดหนอนโชว์พ่นใส่หน้าร้าน

เปิดใจ สาวร้านทำเล็บ ผวาโรคจิต ขี่จยย.ป้ายเหลือง ยืนจ้องหน้า-ขัดหนอน พ่นใส่หน้าร้าน
จากกรณีที่มี หญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเตือนภัยย่าน ราม 2 ผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า จู่ๆ มีชายโรคจิตเดินมาช่วยตัวเอง จนสำเร็จความใคร่ ที่หน้าร้านของเธอเอง โดยไม่สนสายตาของคนที่ผ่านไปมา จากนั้นชายคนดังกล่าว ได้ขี่รถจยย. ออกไป ตามที่เสนอไปก่อนหน้า

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ร้านทำเล็บแห่งหนึ่ง ย่านราม 2 ผู้สื่อข่าว ‘ข่าวสดออนไลน์’ เดินทางไปพบ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ผู้เสียหายที่โพสต์คลิปเตือนภัยดังกล่าว เพื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยน.ส.ฟ้า กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ของวันที่ 5 ก.พ. ขณะนั้นตนนั่งอยู่ภายในร้าน จู่ๆ มีผู้ชายสวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีดำ ผิวคล้ำ ตัวใหญ่ อายุประมาณ 40 ปี ได้ขับรถจยย. ป้ายสีเหลือง มาจอดที่หน้าร้าน ตนคิดว่าจอดรอคน จึงไม่ได้สนใจอะไร

น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) เผยต่อว่า สักพัก รู้สึกว่าเหมือนมีคนมามองตลอดเวลา จึงได้หันไปมอง ก็ต้องตกใจเมื่อชายคนดังกล่าวกำลังช่วยตัวเองอยู่บนรถจยย. ตนจึงรีบหันหน้าหนีทันที แต่พบว่าชายคนดังกล่าวไม่ยอมหยุด ยังคงช่วยตัวเองต่อ และมองมาที่ตนตลอดเวลา ตนจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป ทันใดนั้นชายคนดังกล่าวก็หยุดและขับรถออกไป ตนจึงคิดว่า ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

น.ส.ฟ้ากล่าวอีกว่า จากนั้นประมาณ 5 นาที ชายคนดังกล่าวได้วนรถกลับมาอีก และเดินมาหน้าร้าน ติดกระจก พร้อมกับได้ช่วยตัวเองอีกครั้ง ตนจึงคิดว่า หากนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายอีก ชายคนดังกล่าวจะหนีไป ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แต่ชายคนดังกล่าวนำเสื้อมาปิดหน้า และยังช่วยตัวเองต่อ พร้อมกับจ้องหน้าตนด้วย ตนตะโกนไล่ก็ไม่ยอมไป ขณะนั้นบริเวณหน้าร้าน ก็รถสัญจรไปมาตลอด และมีคนผ่านไปมาเห็นด้วย แต่ชายคนดังกล่าวทำเหมือนก้มหน้าหาของ ตนก็ได้ส่งสัญญาณให้คนเห็น แต่ไม่มีใครสนใจ ชายคนดังกล่าวยังคงทำพฤติกรรมแบบนั้นประมาณ 5 นาที ก็สำเร็จความใคร่ จากนั้นก็ได้ขับรถจยย.ออกไปจากร้านทันที

น.ส.ฟ้ากล่าวต่อว่า เป็นครั้งแรกที่ตนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าวมาก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทางครอบครัวตกใจและเป็นห่วงมาก จึงได้ถามไถ่กับร้านใกล้เคียง ว่าเคยเกิดพฤติกรรมแบบนี้หรือไม่ ซึ่งร้านเสริมสวยใกล้กัน ก็เปิดเผยว่า เคยเจอชายคนดังกล่าว ทำพฤติกรรมช่วยตัวเองหน้าร้านมาแล้วเช่นกัน จึงคาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นคนในพื้นที่ และอาจจะเคยมาสังเกตหน้าร้านตนบ่อยๆ เพราะร้านของตนเป็นร้านกระจก มีลูกค้าผู้หญิง เข้าออกตลอดเวลา

น.ส.ฟ้ากล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุ รู้สึกโชคดีมาก ที่ได้ล็อกประตูกระจกที่ร้าน เพราะปกติแล้ว ที่ร้านจะไม่ล็อกประตู เนื่องจากมีลูกค้ามาที่ร้านตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุ ได้เดินเข้าไปเอาของด้านใน จึงล็อกไว้ ซึ่งหากไม่ได้ล็อกกุญแจ ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นได้ ซึ่งหลังจากนี้ทางร้านอาจจะติดกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย และอยากเตือนภัยสังคมว่า หากอยู่บ้านคนเดียว แนะนำให้ล็อกประตู และคอยสังเกตความผิดปกติตลอดเวลา เพราะเหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

“เราไม่ได้จะแจ้งความ เนื่องจากสงสารครอบครัวของชายคนดังกล่าว กลัวว่าจะอับอาย แต่อยากฝากเตือนว่าให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และอย่าไปก่อเหตุแบบนี้กับใครอีก” น.ส.ฟ้ากล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

Read more
ทลายเครือข่ายเงินกู้ยายเจี๊ยบมีนบุรี

ทลายเครือข่ายเงินกู้ยายเจี๊ยบมีนบุรี

ทลายเครือข่ายเงินกู้ยายเจี๊ยบมีนบุรี

ทลายเครือข่ายเงินกู้ยายเจี๊ยบมีนบุรี

ทลายเครือข่ายเงินกู้ยายเจี๊ยบมีนบุรี

ทลายเครือข่ายเงินกู้ ยายเจี๊ยบ มีนบุรี ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายแหล่งนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดเครือข่าย น.ส.กรรณิการ์ ฉลองจันทร์ หรือ ยายเจี๊ยบ มีนบุรี โดยเข้าตรวจค้นเครือข่ายยายเจี๊ยบ พร้อมกันพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 30 จุด มีหมายจับผู้ต้องหา 28 ราย ตรวจยึดและอายัดทรัพย์ 24 จุด ตรวจค้นเอกสารที่เกี่ยวข้อง  หนึ่งในเป้าหมายคือบ้านหรูในหมู่บ้านพนาสนธ์ ถนนนิมิตรใหม่ แขวงและเขตมีนบุรี จับกุมกลุ่มผู้ต้องหารวม 4 คน คือ นายธันวา พลเยี่ยม หัวหน้าโต๊ะเก็บดอกเบี้ย และนายวิชาญ จ่ามา , นายปฏิวัตร ภูธง และนายชัยรัตน์ เนียมรอด ลูกน้องของนายธันวา ทำหน้าที่เก็บเงิน พร้อมยึดของกลางรถจักรยานยนต์ , รถยนต์ , เงินสด สมุดบัญชีอีกจำนวนมาก  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่ากลุ่มเงินกู้นอกระบบ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 20-30 ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯส่วนใหญ่ลูกหนี้จะวางมัดจำรถ ไม่มีที่ดินเหมือนต่างจังหวัด สำหรับเครือข่ายนี้ ยายเจี๊ยบ มีนบุรี ทำธุรกิจเงินกู้นอกระบบต่อจากสามีคือนายไพโรจน์ ฉลองจันทร์ ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว มีเงินหมุนเวียนวันละ 100 ล้านบาท ใช้วิธีการเก็บเงินรูปแบบแก๊ง เรียกกันว่า แก๊งหมวกกันน็อก ซึ่งจะได้ขยายผลต่อไปยังนักการเมืองรายสำคัญ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และใช้มาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป ส่วนโต๊ะเงินกู้ที่ตรวจค้น คาดว่าน่าจะมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท  นายธันวา ให้การว่า มีรายได้เดือนละ70,000 บาท แบ่งให้ลูกน้องเฉลี่ยเดือนละ 9,000 บาท โดยแต่ละวันจะมีรายชื่อให้ลูกน้องออกติดตามทวงดอกเบี้ยที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด มีลูกค้าประมาณ 100 คน อยู่ในละแวกย่านมีนบุรี มียอดทวงหนี้เดือนล้านกว่าบาท ถ้าลูกหนี้ไม่มีเงินให้ ก็จะทำการทุบตีทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา อั้งยี่ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ของกลางทั้งหมดจะถูกยึดทั้งหมดตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
โจรใจบาปขโมยควักตารูปหล่อหลวงปู่เหล็ง

โจรใจบาปขโมยควักตารูปหล่อหลวงปู่เหล็ง

โจรใจบาปขโมยควักตารูปหล่อหลวงปู่เหล็ง

โจรใจบาปขโมยควักตารูปหล่อหลวงปู่เหล็ง

โจรใจบาปขโมยควักตารูปหล่อหลวงปู่เหล็ง

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความระบุว่า โจรใจบาปควักตา รูปหล่อหลวงปู่เหล็ง อดีตเจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณารามหายไป ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดแหลมสุวรรณาราม ต.ท่าฉลอม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่วิหารหลวงปู่เหล็ง สร้างขึ้นเมื่อปี 2549 ติดกับโบสถ์ไม้เก่าอายุกว่า 300 ปี ภายในมีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมถึงรูปหล่อหลวงปู่เหล็ง อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกวัดแหลมสุวรรณาราม (ตามที่มีประวัติบันทึกไว้) ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง จากการตรวจสอบพบว่า ดวงตาของหลวงปู่เหล็งนั้นเป็นสีดำสนิท ลึกจากเบ้าตาลงไปเล็กน้อย ขณะที่ป้าพิมพ์นิช จริยดำรงสกุล อายุ 81 ปี ผู้ที่คอยดูแลทำความสะอาดวิหารหลวงปู่เหล็งมานานกว่า 4 ปีแล้ว บอกว่า ตนเป็นจิตอาสามาทำความสะอาดให้ที่วิหารหลวงปู่เหล็งเป็นประจำทุกวัน ช่วงก่อนตรุษจีนนั้นไม่ได้เข้ามาทำจนกระทั่งผ่านพ้นไป 3 วัน ก็มาทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วสังเกตเห็นว่า ดวงตาของหลวงปู่เหล็งนั้นหายไป จึงได้แจ้งให้ทางวัดทราบ “ขอให้คนที่เอาไปนั้นเอาดวงตามาคืน แล้วจะขอให้หลวงปู่ให้อภัย แต่หากไม่เอามาคืนก็จะให้หลวงปู่ตามไปทวงคืน ซึ่งหลวงปู่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเป็นอย่างมาก” ป้าพิมพ์นิช กล่าว พระสมุห์บุญส่ง ธัมมทัสสี เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม ตั้งข้อสันนิษฐานว่าคนที่ขโทยไป อาจจะนำไปทำเครื่องรางของขลัง หรือไม่ก็เป็นการขโมยตามใบสั่ง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบ ส่วนขณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่เหล็งหลายคนได้ติดต่อจะนำดวงตามามอบให้ ซึ่งทางวัดก็พร้อมที่จะรับไว้แล้วจะดูว่าดวงตาคู่ไหนเหมาะสมที่สุดเพื่อใส่คืนให้กับหลวงปู่เหล็ง ส่วนดวงตาคู่อื่นๆที่ได้รับมานั้นก็จะนำไปใส่ให้กับพระพุทธรูปที่ทางวัดจะทำการหล่อบูชาต่อไป “ขอให้ศิษยานุศิษย์หลวงปู่เหล็งมองในแง่บวก อย่าคิดโกรธแค้นคนที่เอาไป โดยให้คิดว่าหลวงปู่ต้องการที่จะเปลี่ยนดวงตาส่องธรรมดวงใหม่ เพื่อให้มองเห็นศิษยานุศิษย์ทุกคนที่มาทำบุญได้ชัดเจนมากขึ้น” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับข้อมูลจากพระลูกวัด ทราบว่าก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 6-7 ปีปล้ว ดวงตาหลวงปู่เหล็งนั้นเคยหายไปข้างหนึ่ง ซึ่งมีแก้วขนเหล็ก 3 เส้นบรรจุอยู่ด้านใน  สำหรับหลวงปู่เหล็ง เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม องค์แรกตามที่มีบันทึกไว้ในประวัติ ท่านเป็นพระหมอยา ในสมัยนั้นหากชาวบ้านไม่สบายจะมาขอยาดีเกลือจากท่าน แล้วนำกลับไปทานก็หาย ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือและศรัทธาเป็นอย่างมาก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more
เตรียมฌาปนกิจศพยายถูกตาข้างบ้านล่วงละเมิดทางเพศ

เตรียมฌาปนกิจศพยายถูกตาข้างบ้านล่วงละเมิดทางเพศ

เตรียมฌาปนกิจศพยายถูกตาข้างบ้านล่วงละเมิดทางเพศ

เตรียมฌาปนกิจศพยายถูกตาข้างบ้านล่วงละเมิดทางเพศ

เตรียมฌาปนกิจศพยายถูกตาข้างบ้านล่วงละเมิดทางเพศ

สลด..กรณีหญิงชราป่วยติดเตียงวัย 84 ปี ถูกชายชราข้างบ้านวัย 89 ปี แอบเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศ จนตรอมใจนอนน้ำตาไหลทุกวัน ก่อนติดเชื้อในกระแสเลือดเสียชีวิต แถมคดีความยังไม่มีความคืบหน้า จนลูกสาวต้องทวงถามความคืบหน้าไปที่อัยการ ชี้อยากขอความเป็นธรรมให้แม่ ขณะที่พิธีศพลูกหลานเตรียมฌาปนกิจบ่ายวันนี้

เหตุการณ์นี้เกิดตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่วงเลยมาแล้ว 3 เดือน แต่ยังไม่มีการเอาผิดชายชราวัย 89 ปี ที่ก่อเหตุแอบย่องเข้าไปล่วงละเมิดหญิงชราวัย 84 ปี นอนป่วยติดเตียงภายในบ้านพัก ที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยลูกสาวของหญิงชรา เล่าว่า ตนอยู่บ้านคนละหลังกับแม่ แต่อยู่ติดกัน ทุกๆ วัน เวลา 10 โมง จะเดินเข้ามาดูแม่ตามปกติ วันเกิดเหตุกลับเห็นชายชราที่อยู่บ้านใกล้กันกำลังคร่อมร่างแม่ จึงร้องโวยวาย จนคนร้ายตกใจวิ่งหนีไป จากนั้นได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.นางรอง เพื่อเอาผิดผู้ก่อเหตุ พร้อมพาแม่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนางรอง แพทย์ระบุ มีของแข็งไม่มีคมเข้าไปในอวัยวะเพศ มีร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ

หลังจากนั้น ได้พาแม่กลับมารักษาตัวที่บ้าน แม่มีอาการป่วยไข้เรื้อรังมาตลอด และจะนอนมองประตูบ้านน้ำตาไหลตลอดเวลา เป็นที่สะเทือนใจของลูกหลาน จนกระทั่งมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม่เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งลูกหลานเชื่อว่าเป็นเพราะการถูกล่วงละเมิด แต่การดำเนินคดีกับชายชราที่ก่อเหตุกลับไม่มีความคืบหน้า โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธและตำรวจได้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องประกันตัว เพราะอายุมากแล้ว ตนกลัวคดีไม่คืบหน้า จึงต้องเข้าสอบถามความคืบหน้ากับอัยการ เนื่องจากตำรวจระบุว่า ส่งสำนวนคดีให้อัยการแล้ว โดยอยากให้เอาผิดผู้ก่อเหตุ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แม่

ด้านนายศักดา คล้ายร่มไทร อัยการจังหวัดนางรอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบสำนวนของพนักงานสอบสวน ในเบื้องต้น พบว่า พยานหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์พอดำเนินคดีได้ ขาดเพียงรายละเอียดเล็กน้อย โดยพยานแวดล้อมที่ตำรวจสอบมา พอรับฟังได้ว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหามีเหตุอะไร จึงเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่เป็นคนชราป่วยติดเตียงอยู่ในบ้าน ซึ่งไม่สมควรที่ชายชราวัย 89 ปี เข้าไปในบ้านของผู้อื่น

หลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ ระบุว่า เป็นปัญหาสังคม สังคมทุกวันนี้เสื่อมลง ส่วนใหญ่บอกว่า ควรลงโทษคนทำผิดตามกฎหมาย แม้จะอายุมาก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของคนรุ่นหลัง แต่ก็มีบางคนบอกว่า ขอให้ยุติเรื่อง เพราะเรื่องผ่านไปแล้ว และตาก็แก่แล้วให้อภัยกันไป

ขณะที่ญาติของฝ่ายผู้ก่อเหตุปฏิเสธจะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ระบุว่า ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย หากศาลตัดสินอย่างไรก็จะยอมรับคำตัดสิน ส่วนศพของยายวัย 84 ปี จะมีพิธีฌาปนกิจบ่ายวันนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

Read more