ล้างอาถรรพ์! อังกฤษ เฮจุดโทษดับ โคลอมเบีย 4-3 (1-1)

ล้างอาถรรพ์! อังกฤษ เฮจุดโทษดับ โคลอมเบีย 4-3 (1-1)

เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่สุดท้ายของรอบนี้

โคลอมเบีย จัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ดาวิด ออสปินา; ซานติอาโก อาริอัส, เยร์รี มินา, ดาวินซอน ซานเชซ, โฮฮัน โมฮิก้า; เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, คาร์ลอส ซานเชซ, วิลมาร์ บาร์ริออส; ฮวน กัวดราโด้, ราดาเมล ฟัลเกา, ฮวน ควินเตโร

ทางฝั่ง อังกฤษ จัดทัพมาในระบบ 3-5-2 ประกอบด้วย จอร์แดน พิคฟอร์ด; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี แม็คไกวร์; คีแรน ทริปเปียร์, เดเล อัลลี, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี ลินการ์ด, แอชลีย์ ยัง; ราฮีม สเตอร์ลิง, แฮร์รี เคน

ทั้งสองทีมเปิดเกมมาในครึ่งแรกด้วยความรัดกุมกันทั้งสองฝ่ายจนทำให้ตลอดครึ่งแรกแทบไม่มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูมากนักจบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังอังกฤษมาได้ลูกจุดโทษในนาที 54 จากจังหวะเตะมุมแล้ว คาร์ลอส ซานเชซ ไปเหนี่ยว แฮร์รี เคน ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษและแจกใบเหลืองทันที แฮร์รี เคน ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดอังกฤษขึ้นนำ 1-0

นาที 81 โคลอมเบียพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอจากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามแล้ว คาร์ลอส บัคก้า พาบอลมาหน้ากรอบเขตโทษอังกฤษก่อนไหลให้ ฮวน กัวดราโด้ ได้กดด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

โคลอมเบียมาได้ประตูตีเสมอในนาที 90+3 จากลูกเตะมุม เยร์รี มินา คนเดิมขึ้นมาโหม่งบอลกดลงพื้นเสียบเสาแรกแม้ คีแรน ทริปเปียร์ จะพยายามโหม่งสกัดแต่เอาไม่อยู่ โคลอมเบียตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่สามของ มินา ในการลงสนาม 3 นัดในฟุตบอลโลก

จบ 90 นาทีทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

นาทีที่ 112 อังกฤษเกือบได้ประตูนำอีกครั้งจากจังหวะที่ แดนนี โรส ตัวสำรองได้ทะลุเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนได้ยิงด้วยซ้ายบอลถากเสาสองออกไปแบบได้ลุ้น

จบเกม 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องดวลลูกโทษตัดสินและเป็นอังกฤษเอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ 4-3 โดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คนที่ 3 ของอังกฤษยิงไม่เข้า ขณะที่ มาเตอุส อูริเบ และคาร์ลอส บัคก้า คนที่ 4 และ 5 ของโคลอมเบียยิงไม่เข้าทำให้อังกฤษผ่านเข้าไปเจอกับสวีเดนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย…

Read more