เอฟเองานเข้า! ฟีฟ่า สั่งสอบกองเชียร์ อังกฤษ ร้องเพลงเหยียดเชื้อชาติ

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ ฟีฟ่า เตรียมสอบสวนกรณีร้องเรียนว่าแฟนบอลทีมชาติ อังกฤษ ร้องเพลงเหยียดเชื้อชาติในเกมรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาแพ้ โครเอเชีย 2-1

ทัพสิงโตคำรามต้องหยุดผลงานเอาไว้ที่รอบรองชนะเลิศของ ฟุตบอลโลก 2018 หลังจากที่พ่ายแพ้ต่อทีม ตราหมากรุก ไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทว่าสมาคมฟุตบอลของพวกเขาอาจโดนลงโทษจากการที่กองเชียร์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

“เรายืนยันได้ว่ามีรายงานผ่านทางระบบตรวจสอบการต่อต้านการเหยีดเชื้อชาติ ว่าอาจะมีการร้องเพลงเชียร์เหยียดเชื้อชาติโดยแฟนบอลอังกฤษในเกมเมื่อวานนี้” แถลงการณ์ของฟีฟ่าระบุ

“จากกรณีดังกล่าว ได้มีการเปิดการสอบสวนต่อสมาคมฟุตบอลอังกฤษเรียบร้อยแล้ว”

เอาคืนแฟนถ่อย! บาโลเตลลี ย้ำแผล อังกฤษ อดชิง บอลโลก

มาริโอ บาโลเตลลี ดาวยิงจอมเกรียนทีมชาติ อิตาลี โพสต์ข้อความซ้ำเติมทีมชาติ อังกฤษ ไม่ได้เข้าชิงฟุตบอลโลก 2018

เพื่อเอาคืนแฟนบอลหยาบเมืองผู้ดีบางคนที่ส่งข้อความด่าทอเข้ามาหาเขา

ทีมสิงโตคำราม พลาดโอกาสเข้าชิงฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี หลังพ่ายต่อ โครเอชียในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-2 ในเกมรอบรองชนะเลิศแบบน่าเสียดาย

อดีตหอก แมนฯซิตี้ จึงใช้โอกาสนี้เอาคืนแฟนบอลถ่อยชาวอังกฤษบางคนทันที ด้วยการโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมซึ่งมีใจความ “ฟุตบอลจะกลับบ้านหรอ มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

“ผมเสียใจนะ เพราะผมรักอังกฤษ แต่สำหรับแฟนบอลบางคนที่ส่งข้อความโง่ ๆ เข้ามาหาผมและด่าทอผม พวกนายสมควรได้รับคำตอบนี้”

ขณะที่อนาคตแข้งของบาโลเตลลีนั้นใกล้จะได้บทสรุปแล้ว เมื่อมีรายงานว่าเขากำลังจะย้ายไปเล่นกับ โอลิมปิค มาร์กเซย

 

ทีมพลังหนุ่ม! มูรินโญเชื่อ อังกฤษ ชุดนี้ยังเติบโตได้อีกเยอะ

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่าทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต จะกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งในทัวร์นาเมนต์ต่อไป

สิงโตคำราม ต้องจบความฝันการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สองไว้ที่รอบรองชนะเลิศ หลังโดนโครเอเชีย มายิงประตูชัยในช่งต่อเวลาพิเศษพ่ายไป 1-2 อย่างไรก็ตามกุนซือชาวโปรตุเกสเชื่อว่าทัพ ทรี ไลออนส์ ชุดนี้มีอนาคตที่สดใสรออยู่ เพราะทีมเต็มไปด้วยขุมกำลังนักเตะที่อายุน้อย

“อังกฤษ มีเหตุผลที่จะร้องไห้เพราะพวกเขาใกล้เคียงกับการได้ผ่านไปเล่นรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่พวกเขาก็มีเหตุผลที่จะมองโลกในแง่ดีเช่นกัน” มูรินโญ กล่าวกับ RT

“ทีมชุดนี้พัฒนาขึ้นมากเมื่อเทียบกับการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ก่อนๆ นี่คือทีมอายุน้อย นักเตะส่วนใหญ่ของทีมชุดนี้จะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งหน้าด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้นจากการลงเล่นในระดับสโมสร”

“ถ้าผมมีอำนาจในสมาคมฟุตบอลอังกฤษไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมจะให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต และ สตีฟ ฮอลแลนด์ ทำงานของเขาต่อไป ให้โอกาสพวกเขาได้คุมทีมในฟุตบอลยูโรและฟุตบอลโลกครั้งต่อไป”

“นักเตะและทีมงานทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ควรกลับมาบ้านด้วยความภูมิใจหลังจากทุ่มเททุกทุกอย่างเต็มที่และทำให้ประเทศของพวกเขาภูมิใจแล้ว”

คัมมิงโฮม! โครแอต เฮต่อเวลา 2-1 ส่ง อังกฤษ กลับบ้าน

ฟุตบอลโลก 2018 เกมรอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง โครเอเชีย มีโปรแกรมเจอกับ อังกฤษ

ตราหมากรุก เพิ่งคว่ำเจ้าภาพรัสเซียกรุยทางสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย เกมนี้ได้ข่าวดี เมื่อ ซิเม เวอร์ซัลโก ฟิตกลับมาลงช่วยทีมได้ในตำแหน่งแบ็คขวา นอกนั้นกำลังสำคัญอย่าง อิวาน ราคิติช, ลูกา โมดริช, เดยัน ลอฟเรน และ มาริโอ มานด์ซูคิช พร้อมเล่นครบครัน

ส่วนทรีไลอ้อนส์ที่ผ่าน สวีเดน มาก็ได้จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฟิตกลับมาลงสนามได้ทันเวลาในตำแหน่งกองกลางเช่นเคย นอกนั้นชื่อของ แฮร์รี แม็คไกวร์, คีแรน ทริปเปียร์, เจสซี ลินการ์ด รวมถึง แฮร์รี เคน ยังคงลงสนามให้ทีม

เริ่มเกมได้เพียง 5 นาที อังกฤษได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่โมดริชไปตัดฟาวล์อัลลีแถวหัวกระโหลก และเป็นทริปเปียร์ปั่นฟรีคิกเข้าประตูอย่างเด็ดขาด

หลังขึ้นนำ ยังคงเป็นอังกฤษที่ได้โอกาสบุกกดดันใส่มากกว่า ส่วนโครเอเชียเพิ่งจะมีลุ้นหนแรกในนาทีที่ 19 เมื่อเปริซิชได้ลองจบจากนอกกรอบโทษ บอลพุ่งไปติดแฉลบวอคเกอร์ออกหลัง แต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกตั้งเตะของอังกฤษ

เวลาที่เหลือของครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างมีลุ้นจบสกอร์ด้วยกันทั้งคู่ อังกฤษมีลุ้นก่อนจะโอกาสยิงสองเซฟหนติดของเคน แต่ไลน์แมนยกให้เป็นจังหวะล้ำหน้าก่อนตั้งแต่จะได้ยิง ในนาทีที่ 30 ส่วนโครเอเชียมีลุ้นจากลูกส่องของเรบิช แต่ก็ยังไปติดเซฟพิคฟอร์ดในอีก 2 นาทีต่อมา ทำให้จบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

เข้าสู่ครึ่งหลัง โครเอเชีย เริ่มเข้าบีบเร็วทำให้แดนกลางของอังกฤษครองบอลไม่ได้เลยในครึ่งหลัง

จนนาทีที่ 68 เวอร์ซัลโกได้โอกาสครอสบอลจากริมเส้นขวามาถึงเปริซิช โหม่งเหนือตัวประกบข้างๆแย่างวอคเกอร์เข้าประตู โครเอเชียตามตีเสมอ 1-1

อีก 3 นาทีต่อมา ตราหมากรุกหวิดแซงนำ เมื่อเปริซิชได้ลองยิงเน้นๆบริเวณทางซ้ายของกรอบโทษ บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง และทิศทางลูกตกมาถึงเรบิชหาโอกาสจบต่อ แต่ไปติเซฟพิคฟอร์ด

ท้ายเกมอังกฤษมีลุ้นลูกการเล่นลูกโยนของทริเปียร์ที่ครอสมาถึงเคนโขกบอลตกพื้น แต่ทิศทางลูกยังหลุดออกหลัง ทำให้จบ 90 นาทีที่ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษเพิ่มออกไปอีก

เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 98 สโตนส์ได้ขึ้นตัวโขกจ่อๆไร้คนประกบในกรอบโทษ แต่เวอร์ซัลโกยังสกัดทิ้งจากเส้นได้หวุดหวิด โครแอตยังไม่เสียประตูที่สอง และในนาทีที่ 105+2 เปริซิชลากบอลมาด้านซ้าย ก่อนตบเข้าในด้วยลูกโด่งมาถึงมานด์ซูคิชยิงไปติดพิคฟอร์ดอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะมีอาการเจ็บจากการปะทะ

กระทั่งนาทีที่ 109 เป็นมานด์ซูคิชได้โอกาสจบจ่อๆด้วยซ้ายชนิดที่สองกองหลังอังกฤษอย่างสโตนส์กับแมคไกวร์มีอาการเหม่อให้เห็น กลายเป็นประตูแซงนำ 2-1 ก่อนจะจบลงด้วยสกอร์ดังกล่าว และเป็นโครเอเชียที่ผ่านเข้าไปชนกับฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์นี้ ส่วนอังกฤษอกหักลงเตะชิงที่สามกับเบลเยียมในวันเสาร์

ล้างอาถรรพ์! อังกฤษ เฮจุดโทษดับ โคลอมเบีย 4-3 (1-1)

เกมฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่สุดท้ายของรอบนี้

โคลอมเบีย จัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ดาวิด ออสปินา; ซานติอาโก อาริอัส, เยร์รี มินา, ดาวินซอน ซานเชซ, โฮฮัน โมฮิก้า; เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, คาร์ลอส ซานเชซ, วิลมาร์ บาร์ริออส; ฮวน กัวดราโด้, ราดาเมล ฟัลเกา, ฮวน ควินเตโร

ทางฝั่ง อังกฤษ จัดทัพมาในระบบ 3-5-2 ประกอบด้วย จอร์แดน พิคฟอร์ด; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี แม็คไกวร์; คีแรน ทริปเปียร์, เดเล อัลลี, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจสซี ลินการ์ด, แอชลีย์ ยัง; ราฮีม สเตอร์ลิง, แฮร์รี เคน

ทั้งสองทีมเปิดเกมมาในครึ่งแรกด้วยความรัดกุมกันทั้งสองฝ่ายจนทำให้ตลอดครึ่งแรกแทบไม่มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูมากนักจบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังอังกฤษมาได้ลูกจุดโทษในนาที 54 จากจังหวะเตะมุมแล้ว คาร์ลอส ซานเชซ ไปเหนี่ยว แฮร์รี เคน ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษและแจกใบเหลืองทันที แฮร์รี เคน ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดอังกฤษขึ้นนำ 1-0

นาที 81 โคลอมเบียพลาดโอกาสได้ประตูตีเสมอจากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามแล้ว คาร์ลอส บัคก้า พาบอลมาหน้ากรอบเขตโทษอังกฤษก่อนไหลให้ ฮวน กัวดราโด้ ได้กดด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

โคลอมเบียมาได้ประตูตีเสมอในนาที 90+3 จากลูกเตะมุม เยร์รี มินา คนเดิมขึ้นมาโหม่งบอลกดลงพื้นเสียบเสาแรกแม้ คีแรน ทริปเปียร์ จะพยายามโหม่งสกัดแต่เอาไม่อยู่ โคลอมเบียตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่สามของ มินา ในการลงสนาม 3 นัดในฟุตบอลโลก

จบ 90 นาทีทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

นาทีที่ 112 อังกฤษเกือบได้ประตูนำอีกครั้งจากจังหวะที่ แดนนี โรส ตัวสำรองได้ทะลุเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนได้ยิงด้วยซ้ายบอลถากเสาสองออกไปแบบได้ลุ้น

จบเกม 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องดวลลูกโทษตัดสินและเป็นอังกฤษเอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ 4-3 โดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คนที่ 3 ของอังกฤษยิงไม่เข้า ขณะที่ มาเตอุส อูริเบ และคาร์ลอส บัคก้า คนที่ 4 และ 5 ของโคลอมเบียยิงไม่เข้าทำให้อังกฤษผ่านเข้าไปเจอกับสวีเดนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย