ไฮไลท์ฟุตบอล ฝรั่งเศส 1-0 เบลเยี่ยม (รอบรองชนะเลิศ)

 ฝรั่งเศส 1-0 เบลเยี่ยม (รอบรองชนะเลิศ)

วันที่ 2018.07.11 (01:00)

ดูบอลสด ดูบอล ไฮไลท์ฟุตบอล LIKEBALL.NET สมาคม คนชอบบอล ไฮไลท์เมื่อคืน ดูไฮไลท์บอล ทุกคู่ ดูบอลออนไลน์ คลิปกีฬาขำๆฮาๆ อ่านข่าวกีฬา เช็คผลบอล ตรวจหวย สาว sexy

มาร์ติเนซ รับสุดผิดหวัง เบลเยียม ไปไม่ถึงชิง ฟุตบอลโลก หวังสู้เพื่ออันดับที่ 3 แทน

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีม เบลเยียม ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังมากๆ ที่ทีมไม่ได้เข้าชิง ฟุตบอลโลก 2018

หลังแพ้ต่อ ฝรั่งเศส ไป 0-1 พร้อมกับบอกว่าจะโฟกัสกันไปที่การคว้าอันดับที่ 3 มาครองให้ได้แทน

“เราทำผลงานร่วมกันได้ดีมาก วันนี้มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างโชคร้าย เฟลไลนี่ ได้โหม่งสวยๆ อาซาร์ ได้ดวลเดี่ยวหนึ่งต่อหนึ่ง แต่การที่เราทำประตูแรกไม่ได้มันก็ทำให้เราเจองานยาก” กุนซือ เบลเยียม กล่าว

“ความผิดหวังของผมมันเยอะมากเลยล่ะ เราไม่ได้มาเพื่อแค่มีทัวร์นาเม้นท์ที่ดี และจบท็อปโฟร์อะไรแบบนั้น เราตั้งใจที่จะมาเพื่อคว้าแชมป์ ตอนนี้ห้องแต่งตัวของเรามันเป็นบรรยากาศที่เศร้า นักเตะเหล่านี้สมควรที่จะจบรายการแบบอยู่สูงที่สุด แต่ตอนนี้เราก็จะต้องโฟกัสกันไปที่เกมสุดท้าย พยายามต่อสู้เพื่อคว้าอันดับ 3 มาให้ได้”

สำหรับ เบลเยียม เคยจบอันดับสูงที่สุดใน ฟุตบอลโลก คืออันดับที่ 4 เมื่อปี 1986 ซึ่งคราวนี้พวกเขาก็หวังที่จะทำให้ได้ดีกว่านั้นด้วยการคว้าชัยชนะในนัดชิงอันดับที่ 3 ที่จะเตะกันในวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคมนี้

ผลบอล : ฝรั่งเศส vs เบลเยียม !! อุมติตี้ โขกชัยพา ตราไก่ เชือด เบลเยียม 1-0 เข้าชิง บอลโลก

ผลบอล ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ประจำคืนวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561

ฝรั่งเศส เฉือนชนะ เบลเยียม ไปอย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 ส่งผลให้พลพรรค “ตราไก่” ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ ชิงชนะเลิศ ไปรอพบคู่ระหว่าง อังกฤษ vs โครเอเชีย ได้สำเร็จ

ผลบอล ฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ
วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2561
ฝรั่งเศส 1-0 เบลเยียม
รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 อุมติตี้ น.51
เวลาการแข่งขัน : 1.00 น.
สนาม : เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม

โดยเกมนี้ เปิดฉากมาเป็นทางฝั่ง เบลเยียม ที่ได้ครองบอลบุกใส่แผงหลัง ฝรั่งเศส มากกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ยังมีให้เห็นค่อนข้างน้อย เนื่องจาก “ตราไก่” ลงไปตั้งรับกันค่อนข้างลึกเพื่อรอดักสวนกลับ ส่งผลให้ 45 นาที ทั้งสองทีมยังไม่มีฝั่งไหนยิงกันได้ ทำให้สกอร์ยังคงเสมอกันอยู่ที่ 0-0

ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมาได้ไม่ทันไร ฝรั่งเศส ก็มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุม อ็องตวน กรีซมันน์ บรรจงเปิดมาบริเวณเสาแรกให้ ซามูเอล อุมติตี้ ขึ้นโขกแสกหน้า ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปช่วยให้ “ตราไก่” ที่เน้นเกมรับเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0

ช่วงเวลาที่เหลือ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” พยายามเร่งเครื่องบุกหนักเพื่อทวงประตูตีเสมอ แต่ก็โดนจังหวะสวนกลับของ ฝรั่งเศส จนเกือบจะเสียประตูที่สองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน และช่วงท้ายเกมแม้ว่าจะมีการทดเวลาบาดเจ็บนานถึง 6 นาที แต่ทางฝั่ง เบลเยียม ก็ยังไม่ใกล้เคียงที่จะทวงประตูคืนมาจาก ฝรั่งเศส ส่งผลให้จบเกมขุนพล “ตราไก่” กรุยทางผ่านเข้าสู่รอบ ชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 ในรอบ 12 ปี ได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส(GK), เบนจามิน ปาวาร์, ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี้, ลูคัส เอร์นานเดซ, พอล ป็อกบา, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, แบลส มาตุยดี้, คิลิย็อง เอ็มบัปเป้, อ็องตวน กรีซมันน์, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

เบลเยียม : ธิโบต์ กูร์ตัวส์(GK), โทบี้ อัลแดร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, แยน แฟร์ต็องเก้น, นาเซอร์ ชาดลี่, มูซ่า เด็มเบเล่, มารูยาน เฟลไลนี่, อักเซล วิตเซล, เควิน เดอ บรอยน์, เอเด็น อาซาร์, โรเมลู ลูกากู

 

หายห่วง! เดชองส์ ยัน 4 แข้งชวดซ้อมพร้อมลุยเบลเยียม

ดิดิเยร์ เดชองส์ เฮดโค้ชทีมชาติ ฝรั่งเศส

ยืนยันความพร้อมลงสนามของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้, ซามูเอล อุมติตี้, เบนฌาแม็ง ปาวาร์ และ เอนโกโล กองเต้ ว่าจะได้ลงเล่นในเกมพบ เบลเยียม อย่างแน่นอน แม้จะไม่ได้ซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ตาม

นักเตะทั้ง 4 ราย ถูกนักข่าวจับภาพได้ว่าไม่ได้ลงฝึกซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีอาการบาดเจ็บและไม่ได้ลงเล่นในเกมรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2018 โดยทั้งสี่คนถือเป็นกำลังหลักของทีมตราไก่ในทัวร์นาเมนต์นี้

อย่างไรก็ดี เดชองส์ได้ออกมายืนยันแล้วว่าการไม่ได้ฝึกซ้อมของทั้งสี่คนเป็นเพียงมาตรการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น และทุกคนจะลงสนามได้อย่างแน่นอน

“ถึงแม้ว่านักเตะทั้งสี่คนจะไม่ได้ฝึกซ้อมกับเราในวันนี้ ตามมาตรการป้องกันไว้ก่อน แต่ทุกคนจะพร้อมลงเล่นในวันพรุ่งนี้” เดชองส์กล่าวกับสื่อมวลชน

โลรองต์ บลองก์ : เอ็มบัปเป้ และ อาซาร์ คือปรากฎการณ์ลูกหนัง

โลรองต์ บลองก์ อดีตกุนซือทีมชาติ ฝรั่งเศส ออกมายกย่อง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งพุ่งแรงจากทัพ เลส์ เบลอส์ และ เอเด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียม ว่าเป็นปรากฎการณ์ลูกหนังในฟุตบอลโลกครั้งนี้

โดยทั้ง เอ็มบัปเป้ และ อาซาร์ สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2018 หนนี้ และทีมของทั้งคู่ได้โคจรมาพบกันในรอบ 4 ทีมสุดท้าย

“ความคิดเห็นของผมต่อเขา(เอ็มบัปเป้) ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อ 10 เดือนก่อน เขาคือปรากฎการณ์” บลองก์บอกกับ Le Parisien

“นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำให้เราชนะตลอดเวลา เขายังเด็ก และเขายังคงมีพลาดอยู่บ้างในบางครั้ง ผมคาดหวังในตัวเขา และทีมชาติฝรั่งเศส”

บลองก์ยังออกมาพูดถึงคู่ต่อสู้ของทัพตราไก่ในรอบถัดไปและออกปากยกย่องจอมทัพของทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปอีกด้วย

“พวกเขามีปรากฎการณ์ของพวกเขา อย่าง เอเด็น อาซาร์ พวกเขามีระบบที่มีประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการโต้กลับ บราซิลคือผู้ประสบชะตากรรมนั้น”

“พวกเขามีผู้เล่นที่สามารถเล่นได้ตามแผน มันซับซ้อนเพราะว่าพวกเขาสร้างความประทับใจได้ดีมาก แนวรุกสามคนของพวกเขายอดเยี่ยมมากๆ”

ฝรั่งเศสจะพบกับเบลเยี่ยมในรอบ 4 ทีมสุดท้าย วันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 01.00 น. (ตามเวลาไทย)

สงครามประสาท! กรีซมันน์ เชื่อ อุรุกวัย ใช้แท็กติกสไตล์ตราหมี

อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงทีมชาติ ฝรั่งเศส เชื่อมั่นว่าทีมชาติ อุรุกวัย จะเตรียมแผนการเล่นเดียวกับต้นสังกัดของเขาอย่างแอตเลติโก้ มาดริด มาอย่างแน่นอน

ทัพเลอ เบลอส์ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จหลังพวกเขาเอาชนะอาร์เจนตินาได้ 4-3 ขณะที่ทีมจอมโหดก็โชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะ โปรตุเกส 2-1 ผ่านเข้ามาพบกันในรอบนี้

โดยกองหน้าวัย 27 ปีเชื่อมั่นว่าทางอุรุกวัยที่มีเพื่อนร่วมทีมของเขาอย่าง ดีเอโก้ โกดิน และ โฆเซ มาเรีย ฆิมิเนซ เป็นหัวใจสำคัญในแนวรับจะมาในรูปแบบการเล่นเหมือนต้นสังกัดของเขาอย่างแน่นอน

“อุรุกวัย จะเล่นเหมือนแอตเลติโก้ พวกเขาจะเล่นถ่วงเวลา, ล้มไปกองกับพื้น, เอาแต่ฟ้องผู้ตัดสิน” กรีซมันน์เผย “เราต้องทำใจให้ชินว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่น่าเบื่ออย่างแน่นอน พวกเขาจะพาเราให้ไปเล่นแบบนั้น”

เปิดตำนานบทใหม่! เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งซัดเบิล ฟุตบอลโลก คนแรกถัดจาก เปเล่

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส กลายเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคนที่สอง ที่สามารถทำประตูตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปในเกมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จากผลงานในเกมพบอาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

Image result for Kylian Mbappé

ตราไก่ออกนำเร็วตั้งแต่ น.12 จากจังหวะที่มาร์กอส โรโฮ ทำฟาวล์ เอ็มบัปเป้ ในเขตโทษ อองตวน กรีซมันน์ สังหารไม่พลาด แม้ว่า อาร์เจนตินา จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของอังเคล ดิ มาเรีย และ ลิโอเนล เมสซี กดสองยิงแซงไปได้ แต่เบงฌาแม็ง ปาวาร์ ก็มายิงตีเสมอได้ทันควัน และเป็นเอ็มบัปเป้ก็ใช้ทักษะแตะบอลหลบกองหลังในกรอบเขตโทษ และยิงด้วยเท้าซ้ายเป็นประตูขึ้นนำรอบสองในนาทีที่ 64 ถึงตรงนี้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีคนแรกถัดจากไมเคิล โอเวน ในปี 1998 ที่ทำประตูรวมในฟุตบอลโลกได้สองประตูขึ้นไป

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น อีกไม่ถึง 5 นาที เจ้าหนูวัย 19 ทำเพิ่มอีกประตูในจังหวะสวนกลับของทีมชาติ ฝรั่งเศส ส่งให้ตราไก่แซงไปเป็น 4-2 และเอ็มบัปเป้กลายเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ยิงได้สองประตูขึ้นไปในเกมฟุตบอลโลกเกมเดียว ต่อจากเปเล่ ที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 1958 หรือเมื่อ 60 ปีที่แล้ว โดยในครั้งนั้น ตำนานลูกหนังบราซิลเลียนกดแฮตทริคใส่ฝรั่งเศสนี่เอง ในรอบรองชนะเลิศ (ชนะ 5-2) ก่อนจะไปยิงอีกสองใส่สวีเดนในนัดชิง(ชนะ 5-2) พาบราซิลคว้าแชมป์โลกในปีนั้น

ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศสจะเข้าไปพบกับอุรุกวัยที่เอาชนะโปรตุเกสมาได้ ในคืนวันเดียวกัน